เข้าสู่ระบบ ×
ล็อกอิน ลงทะเบียน
เมนู ×
หน้าหลักโปรแกรมทัวร์ขอจัดทัวร์หมู่คณะโปรโมชั่น คู่มือท่องเที่ยว ฝากขายทัวร์(บริษัททัวร์)

แพคเกจทัวร์โมรอคโค คาซาบลังก้า สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 ชมเมืองมาราเกซ ชม MAJORELLE GARDEN เมืองวอซาเซท ป้อมทาเริท KASBAH TAOURIRT ถนนคาชบาห์ เมืองทินเฮียร์

Upated: 4/30/2020 1:52:26 PM
เปิดดู: 278  Rating:โมรอคโค(แกรนด์)  9 วัน QR Link has been Rated 4.0 stars คะแนนเฉลี่ย : 4.0/5  (โหวตแล้ว 1 ท่าน)
 กรุณาช่วยโหวตรายการทัวร์นี้

จุดเด่นของทัวร์ : คาซาบลังก้า,สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2,ชมเมืองมาราเกซ,ชม MAJORELLE GARDEN,เมืองวอซาเซท,ป้อมทาเริท KASBAH TAOURIRT,ถนนคาชบาห์,เมืองทินเฮียร์,ทอด้าจอร์จ,เมืองเออร์ฟูด์,ทะเลทรายซาฮาร่า,เมืองเมอร์ซูก้า,ขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นกลางทะเลทราย,สุเหร่าใหญ่ไคราวีน

เมืองและสถานที่ท่องเที่ยว: คาซาบลังก้า สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 เมืองวอซาเซท ป้อมทาเริท KASBAH TAOURIRT ถนนคาชบาห์ เมืองทินเฮียร์ ทอด้าจอร์จ เมืองเออร์ฟูด์ ทะเลทรายซาฮาร่า เมืองเมอร์ซูก้า สุเหร่าใหญ่ไคราวีน

ทัวร์โมร็อกโก: แพคเกจทัวร์โมรอคโค คาซาบลังก้า สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 ชมเมืองมาราเกซ ชม MAJORELLE GARDEN เมืองวอซาเซท ป้อมทาเริท KASBAH TAOURIRT ถนนคาชบาห์ เมืองทินเฮียร์

ทัวร์ไอดี: 15066
หมวดหมู่ : ทัวร์โมร็อกโก  มาตราฐาน: Tour Code: WC-WQR1709C

กำหนดออกเดินทาง ทัวร์โมร็อกโก: แพคเกจทัวร์โมรอคโค คาซาบลังก้า สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 ชมเมืองมาราเกซ ชม MAJORELLE GARDEN เมืองวอซาเซท ป้อมทาเริท KASBAH TAOURIRT ถนนคาชบาห์ เมืองทินเฮียร์

ออกเดินทาง ที่นั่งทั้งหมด ที่นั่งเหลือ ราคานอนคู่ สั่งจอง

ขออภัย โปรแกรมทัวร์ ยังไม่พบกำหนดการเดินทาง หรือ อยู่ในระหว่างกำหนดการเดินทาง
กรุณาติดต่อสอบถาม ฝ่ายรับจองทัวร์ 02-374-8866


คาซาบลังก้า สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 ชมเมืองมาราเกซ ชม MAJORELLE GARDEN ป้อมทาเริท KASBAH TAOURIRT ถนนคาชบาห์ ทอด้าจอร์จ ทะเลทรายซาฮาร่า ขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นกลางทะเลทราย สุเหร่าใหญ่ไคราวีนคาซาบลังก้า สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 เมืองวอซาเซท ป้อมทาเริท KASBAH TAOURIRT ถนนคาชบาห์ เมืองทินเฮียร์ ทอด้าจอร์จ เมืองเออร์ฟูด์ ทะเลทรายซาฮาร่า เมืองเมอร์ซูก้า สุเหร่าใหญ่ไคราวีน

วันที่1    กรุงเทพฯ 
23.00 น.    พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว Q เคาน์เตอร์สายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ประตูทางเข้าที่ 8 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับในการตรวจเอกสารและสัมภาระในการเดินทางให้กับท่าน

 

วันที่2    กรุงเทพฯ – โดฮา – คาซาบลังก้า – ชมเมือง – มาราเกซ 
02.10 น.    เหิรฟ้าสู่ กรุงโดฮา โดยสายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR 837  
05.30 น.    เดินทางถึง กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ (แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน)
08.40 น.    ออกเดินทางสู่ เมืองคาซาบลังก้า โดยสายการบินเอทิฮัด เที่ยวบินที่ QR 1397    
14.30 น.    เดินทางมาถึง สนามบินนานาชาติเมืองคาซาบลังก้า (CASABLANCA) ประเทศโมรอคโค (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 6 ช.ม.) นำท่านผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้น พบมัคคุเทศก์ท้องถิ่น  นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองเมืองคาซา
บลังก้า (CASABLANCA) นำท่านเก็บภาพความงามของสุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (HASSAN II MOSQUE) ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากเมืองเมกกะ สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนง ชมทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเล ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้ว     จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองมาราเกซ (MARAKESH) เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ ตั้งอยู่แถบเชิงเขาแอตลาส (ATLAS) ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐ ที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วง ค.ศ.ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า PINK CITY หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A CITY OF DRAMA นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้ นำท่านชม สุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน (SAADIAN TOMBS) เป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์และเหล่าเชื้อพระวงศ์ในสมัยราชวงศ์ซาเดียน สถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมากกว่า 2 ศตวรรษ ภายหลังได้รับการบูรณะ และเปิดให้เข้าชมความงดงามของงานศิลปะแบบมัวริช (MOORISH) แท้ๆความวิจิตรอลังการของห้องโถงภายใน เสาคอลัมน์หินอ่อนสีสวย ลวดลายงานปูนที่ประดับประดาบนผนังและเพดาน นำท่านเดินทางไปเยี่ยมชมพระราชวังบาเฮีย (BAHIA PALACE) เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่มีการวางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลายๆอย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น (STUCCO) มีการวาดลายบนไม้ และประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก จากนั้นนำท่านชมความงดงามภายนอกของ มัสยิด คูตูเบีย (KOUTOUBIA MOSQUE) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอวังที่มีความสูง 226 ฟิต (70 เมตร) จากนั้นนำท่านเยือน จัตุรัสกลางเมือง DJEMAA FNAA SQUARE ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวาที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า (OLD MARKET) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าที่พัก
ค่ำ    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 
พักที่:     ZALAGH KASBAH HOTEL & SPA    หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่3    มาราเกช – ชมพระราชวัง – วอซาเซท
เช้า    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
    นำท่านชม MAJORELLE GARDEN หรือ JARDIN MAJORELLE & MUSEUM OF ISLAMIC OF ART ว่ากันว่าเป็นสวรรค์น้อยๆ ย่านเมืองมาราเกช สวนแห่งนี้เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้นานาจากทั่วโลก โดยเฉพาะต้นกระบองเพชรนับพันต้น หลากหลายสายพันธุ์ มีสวนบัว และป่าไม่ดูร่มรื่น กับบรรดากระถางดินที่ศิลปินเจ้าของเดิม JACQUES MAJORELLE ที่สรรหาสีมาป้ายทาทับ ตกแต่งทำให้สวนแห่งนี้ดูโดดเด่นสะดุดตาขึ้นมาอย่างน่าเหลือเชื่อ สวนแห่งนี้เดิมเป็นบ้านของศิลปินชาวฝรั่งเศส เขาสร้างบ้าน และสวนเอาไว้อยู่เอง พร้อมสร้างงานศิลปะของเขาต่อมาสถานที่แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ รวบรวมเอาศิลปะของโมรอคโคไว้ และมีมุมแสดงงานศิลปะของเจ้าของเดิมเอาไว้ด้วย
เที่ยง    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
บ่าย    จากนั้นเดินทางสู่ “เมืองวอซาเซท” (OUARZAZATE) ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ.1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอ ภาพยนตร์ และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ เช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย (สำหรับในฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ย.-เม.ย.) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขาแอตลาส ที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว วอซาเซท อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันออก สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ชอบรสชาติของความเป็นทางใต้ ณ จุดกึ่งกลางแห่งนี้ และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองต่างๆได้ทุกวัน นำท่านผ่านชม ป้อมทาเริท “KASBAH TAOURIRT” เป็นป้อมแห่งตระกูลกลาวี ภายใต้หมู่อาคารขนาดใหญ่ ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ จำนวนมากซ่อนอยู่เชื่อมต่อกันด้วยถนนเล็กๆ และเส้นทางลับคดเคี้ยวตามอาคารที่เบียดเสียดกัน จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าที่พัก
ค่ำ    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 
พักที่:     KARAM PALACE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่4    วอซาเซส – ทินเฮียร์ – เมอร์ซูก้า
เช้า    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 
    นำท่านชม ถนนคาชบาห์ ที่มีป้อมหลายร้อยแห่งตั้งเรียงรายตามถนนดังกล่าว นำท่านออกเดินทางสู่เมืองทินเฮียร์ (TINGHIR) ชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้ง ยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท นำท่านเดินทางสู่ “ทอด้าจอร์จ” (TODRA GORGE) เป็นแหล่งปีนหน้าผา เพราะมีหน้าผาสูงชัน ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิสลำน้ำใสไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาสูงชันแปลกตาเป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย ให้ท่านได้ชมความอลังการของหุบเขาที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ของโมรอคโค
เที่ยง    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
บ่าย    จากนั้น นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเออร์ฟูด์ (ERFOUD) ซึ่งเป็นโอเอซิสศูนย์กลางการค้าขายของคาราวานซึ่งเดินทางมาจากซาอุดิอาระเบีย และซูดาน เดินทางสู่เมืองเมอร์ซูก้าร์ (แยกสัมภาระสำหรับค้างคืนในทะเลทราย) ทะเลทรายซาฮาร่า “SAHARA” เป็นทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (รองจากทะเลทรายในทวีปแอนตาร์กติกา) และเป็นทะเลทรายร้อนที่ใหญ่ที่สุดของโลก ณ เมืองเมอร์ซูก้า (MERZOUGA) ลัดเลาะขอบทะเลทรายสู่เขตซาฮาร่า ผ่านชมชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของภูเขาหินที่เต็มไปด้วยซากฟอสซิลของหาอยและแมงกะพรุนโบราณในอดีตเมื่อ 350 ล้านปีก่อน ซึ่งดินแดนแห่งนี้เคยอยู่ใต้ท้องทะเลมาก่อน จึ่งเป็นที่กำเนิดของซากฟอสซิลต่างๆ
ค่ำ    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักที่:     PALMS CLUB ERFOUD HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่5    เมอร์ซูก้า – ขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นกลางทะเลทราย –นั่งรถ 4WD – แอร์ฟอร์ด – เฟส 
05.00    นำท่านออกเดินทางสู่ แอร์ฟอร์ด (Erfoud) ซึ่งเป็นโอเอซิสศูนย์กลางการค้าขายของคาราวานซึ่งเดินทางมาจากซาอุดิอาระเบีย และซูดาน เดินทางสู่เมืองเมอร์ซูก้าร์ โดยนำท่านนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4 WD ไปท่อง ทะเลทรายซาฮาร่า “Sahara” เป็นทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (รองจากทะเลทรายในทวีปแอนตาร์กติกา) และเป็นทะเลทรายร้อนที่ใหญ่ที่สุดของโลก ณ เมืองเมอร์ซูก้า (Merzouga) ลัดเลาะขอบทะเลทรายสู่เขตซาฮาร่า นำท่านขี่อูฐ สู่เนินทรายอันกว้างใหญ่สุดตาเพื่อรอชม พระอาทิตย์ทอแสงยามเช้า แสงทองยามเช้าสาดสู่ทะเลทราย เป็นบรรยากาศยามเช้าที่คุณจะประทับใจมิรู้ลืม (อย่าลืมเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม) ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรม 
เช้า    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

 นำท่านเดินทางสู่เมืองเฟส ผ่านชม เมืองอิเฟรน (IFRANE) เมืองที่ความสูงประมาณ 1,650 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ที่พักตากอากาศซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างขึ้นบริเวณนี้ ในช่วง ค.ศ. 1930 บางครั้งเรียกเมืองแห่งนี้ว่า เจนีวาแห่งโมรอคโค บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้บาน และทะเลสาบสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน เส้นทางนี้ผ่านเทือกเขาแอตลาส ชื่อที่คุ้นเคยกันมานาน เดินทางข้าม Middle Atlas ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ สองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้วเป็นป่าไม้ พุ่ม และสลับกับความแห้งแล้งของภูเขา
เที่ยง    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย    จากนั้น นำท่านเที่ยวชมเมืองเฟส (FES) เมืองหลวงเก่า เมืองซึ่งยังคงมีบรรยากาศของเมืองโบราณที่ผู้คนยังใช้ลาเป็นพาหนะและบรรทุกของกันอยู่ สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าแก่ที่สุดในบรรดาเมืองอิมพิเรียลทั้งสี่ ตั้งแต่ ศตวรรษที่ 7 มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมรอคโค เริ่มด้วยจุดชมวิวบนป้อมปราการแห่งราชวงศ์ซาเดียน
ค่ำ    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร และพักผ่อนตามอัธยาศัย
พักที่:     ZALAGH MENZEH HOTEL FES   หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่6    เฟส – มาดีน่า แห่ง เฟส – เชฟชาอูน 
เช้า    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 
    นำท่านเดินเข้าสู่เขาวงกตอันซับซ้อนแห่ง เมดินาเมืองเฟส ผ่านชม ประตู BAB BOU JELOUD เป็นประตูขนาดใหญ่ที่กั้นระหว่างเมืองเก่า กับเมืองใหม่ ที่ใช้โมเสดสีฟ้าตกแต่ง นำท่านเดินผ่านตลาดสดขายข้าวปลาอาหาร และผัก ผลไม้สดต่างๆ นำท่านเดินชมในเมดิน่าแห่งเฟส ผ่านชม สุเหร่าใหญ่ไคราวีน (KAIRAOUINE MOSQUE) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น) จากนั้นนำท่านเดินชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก นี้เป็นเสน่ห์ของการเดินเที่ยวชมเมืองที่ต้องเดินแหวกว่ายเข้าไปในกลุ่มคนชาวพื้นเมือง ช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น และผลไม้แห้งอย่างเช่น อินทผาลัม วอลนัท อัลมอนด์ ที่คุณภาพดีและราคาย่อมเยา ชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (MERDERSA BOU IMANIA) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต ในเขตเมืองเก่าได้ มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆที่หน้าร้านจะมีหม้อ กระทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆ อยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆ ในเขตเมืองเก่า บางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น
เที่ยง    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
บ่าย    จากนั้นนำท่านถ่ายรูปพระราชวังของท่านอาบู เอล ฮัดซัน (MOSQUE ABOU EL HASSAN) ซึ่งถือว่าเก่าแก่ที่สุดในโมรอคโค และเดินช้อปปิ้งในชุมชนชาวยิวแห่งเฟส ท่านเดินทางสู่นครสีฟ้าเชฟชาอูน (CHEFCHAOUEN) เมืองที่ได้ชื่อว่ามนต์เสน่ห์แห่งโมรอคโค เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ในหุบเขาริฟ (RIF MOUNTAIN) ประวัติความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 538 ปี เมืองนี้เคยอยู่ใต้การปกครองของสเปน และได้รับอิสรภาพในปี ค.ศ.1956 จนได้รับอิทธิพลวิถีชีวิตและภาษาสเปนในปัจจุบันนี้
ค่ำ    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักที่:     PARADOR HOTEL   หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่7    เชฟชาอูน – เมืองโบราณโวลูบิลิส – แมกเนส – ราบัต
เช้า    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านชมบ้านเรือนทาด้วยสีฟ้าและสีขาว ถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาว โดยเฉพาะสีฟ้า นั่นก็เพราะว่าเชฟชาอูน เป็นเมืองที่บ้านเรือนเกือบทุกหลังเป็นสีขาว และมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดิน เป็นสีฟ้าสดใสเหมือนวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆ สามารถเดินชมบ้านเรือนได้ทั่วทั้งเมือง โดยที่สถาปัตยกรรมของเมืองยังคงเป็นแบบโมรอคโค ซุ้มประตูโค้งจึงสามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งเมือง และยังมีน้ำพุที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกแบบโมรอคโคให้เห็นได้ตามมุมต่าง ๆ ของเมือง
เที่ยง    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย    นำท่านแวะชม เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส (ROMAN CITY OF VOLUBILIS) ที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ยังคงเห็นได้ถึงร่องรอยความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต ผ่านชมเมืองมูเล ไอดริส (MOULAY IDRISS) เมืองโบราณเมืองหนึ่งที่เป็นเมืองศูนย์กลางศาสนาอันศักดิ์สิทธิของชาวมุสลิมในโมรอคโค ทุกๆปี ช่วงเดือนสิงหาคมจะมีเหล่านักจาริกแสวงบุญมาเยือนเมืองแห่งนี้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา เปรียบได้กับเมืองเมกกะของประเทศซาอุดิอาระเบีย จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองเมคเนส เป็นเมืองหลวงโบราณในสมัย สุลต่านมูเล อิสมาอิล (MOULEY ISMAIL) แห่งราชวงศ์อะลาวิท (ALAWITE DYNASTY) กษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทำสงครามใน ค.ศ. ที่ 17 ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง เมคเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตมะกอก ไวน์ และพืชพรรณต่างๆ ก่อนถึง ชมกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู นำท่านชมประตูบับมันซู (BAB MANSOUR MONUMENTAL GATE) ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด ซึ่งตกแต่งด้วยโมเสด และกระเบื้องสีเขียวบนผนังสีแสด นำท่านออกเดินทางสู่เมืองราบัต
ค่ำ    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่:     CHELLAH HOTEL หรือเทียบเท่า

 

วันที่8     ราบัต – ชมเมือง – สนามบิน
เช้า    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านชม เมืองราบัต เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1956 เมื่อโมรอคโคหลุดพ้นจากการเข้าแทรกแซงทางการเมืองของฝรั่งเศส และเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม นำท่านชม ป้อมไอดูยะ ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้นที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ ด้านในเป็นเมดิน่า บ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้า ที่สะอาดตาน่าเดินเล่น เหมือนศิลปะบนกำแพง จากนั้นชมสุเหร่าหลวง และ พระราชวังหลวง ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมรอคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่า เพื่อประกอบศาสนกิจชมความงามภายนอกของ THE ROYAL PALACE และ MECHOUAR
เที่ยง    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย    จากนั้นนำท่านชมสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยการของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนสง่าเฝ้าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183 X 139 เมตร จากนั้นนำท่านไปชม “หอคอยฮัสซัน” (HASSAN TOWER) ส่วนหนึ่งของมัสยิดฮัสซัน ซึ่งได้วางแผนไว้ให้เป็นสุเหร่าที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลก สามารถบรรจุผู้ที่เข้ามาสวดมนต์ได้พร้อมกันคราวละ 40,000 คน ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเมืองราบัต
19.40 น.    อำลา โมรอคโค ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ โดยสายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR 1463 

 

วันที่9    โดฮา – กรุงเทพฯ  
06.20 น.    เดินทางถึงสนามบินนานาชาติกรุงอาบู ดาบี ประเทศอิมิเรสต์
08.50 น.    ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอทีฮัด แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ EY408
18.25 น.    เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ 
 

ทัวร์อื่นที่น่าสนใจ