ทัวร์ภูฏาน2 โปรแกรม

Upated: 2/9/2560 11:15:33 : 3843 ท่าน ทัวร์ภูฏาน

ทัวร์ภูฏาน เที่ยว ภูฏาน Bhutanดินแดนเสน่ห์แห่งขุนเขาลี้ลับ ที่ได้รับสมญานามดินแดนของมังกรสายฟ้า Land of the Thunder Dragon ประเทศภูฏานเป็นประเทศเล็กๆ ที่ไม่สนใจในเรื่อง GDP แต่จะสนใจ GNH แทน Gross National Happiness หรือความสุขมวลรวม ของประเทศ 

เมื่อเอ่ยถึงภูฏาน หรือภูฐาน ตามที่คนไทยเราเรียกกันในสมัยก่อนหน้านี้ แต่ปัจจุบันเรา เรียกกันอย่างทางการว่า ภูฏาน ตามคำภาษาอังกฤษ เมื่อกษัตริย์ แห่งราชอณาจักรภูฏานนั้น มีความใกล้ชิดกับ ราชวงศ์ของไทย มานาน และมีการประสานความสัมพันธ์ และให้การช่วยเหลือในโครงการต่างๆ ตามรอยพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จรัชกาลที่ 9 ของเรา และได้นำไปใช้เป็นแบบอย่าง ในประเทศแห่งนี้ จนส่งต่อมายังกษัตริย์ วัยหนุ่ม ปัจจุบันนี้ และสร้างชื่อเสียงสู่สายตาโลกเป็นอย่างมาก ในช่วงระยะเวลาพระองค์ก่อนขึ้นครองราช จึงนำมาซึ่งการทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักภูฏาน อย่างเป็นทางการ และสนใจอยากเรียนรู้มากขึ้น การท่องเที่ยวของภูฏานจึงมีอัตราการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดเจน ด้วยการลงทุนสร้างกิจการธุรกิจโรงแรม ระดับ 5 ดาว เกิดขึ้นในหลายๆ พื้นที่ ของเมืองใหญ่ ๆ เช่น เมือง พาโร พูนาคา และกรุงทิมพู

วันนี้เรามาแนะนำข้อมูลท่องเที่ยว ภูฏาน ในฐานะผู้จัดการนำทัวร์ หมู่คณะไปเยี่ยมเยือนภูฏาน บ่อยครั้ง เพื่อให้ท่านได้รับข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ สำหรับในโอกาสที่ท่านจะได้ไปเยือนประเทศนี้ สักครั้งนึง

แผนที่ท่องเที่ยว ภูฏาน
ข้อมูลพื้นฐาน ทั่วไป ภูฏาน

ประเทศภูฏาน หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรภูฏาน เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียที่มีขนาดเล็ก และมีภูเขาเป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัยระหว่างประเทศอินเดียกับประเทศจีน
ชื่อในภาษาท้องถิ่นของประเทศคือ Druk Yul แปลว่า "ดินแดนของมังกรสายฟ้า (Land of the Thunder Dragon)" นอกจากนี้ยังเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Druk Tsendhen และชื่อเพลงชาติ เนื่องจากที่ภูฏาน เสียงสายฟ้าฟาดถือเป็นเสียงของมังกร ส่วนชื่อ ภูฏาน (Bhutan) มาจากคำสมาสในภาษาบาลี ภู-อุฏฺฏาน อันมีความหมายว่า "แผ่นดินบนที่สูง" 

ด้วย ภูฏาน เป็นประเทศ ที่เกิดใหม่ และตั้งอยู่หลังแนวเทือกเขาหิมาลัย จึงมีสถาพภูมิประเทศ อากาศ เป็นลักษณะเฉพาะ การเดินทางของต้นตระกูลของภูฏาน จากทิเบต ดังนั้นวัฒนธรรมของภูฏาน จึงจัดได้ว่าเป็นวัฒนธรรม หลังเทือกเขาหิมาลัย และสร้างอัตลักษณ์เฉพาะตัวไว้ในฐานะ คนภูฏาน

ประวัติศาสตร์ ภูฏาน

ในปี พ.ศ. 2173 ดรุกปา ลามะ ลี้ภัยจากทิเบตสู่ภูฏาน ต่อมาได้ตั้งตัวขึ้นเป็น ธรรมราชา ปกครองครองดินแดนด้วยระบบศาสนเทวราช มีคณะรัฐมนตรีช่วย 4 ตำแหน่ง แม้ภูฏานจะพยายามแยกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่ต่อมาก็ถูกรุกรานจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะทิเบตอยู่หลายครั้งในช่วงพุทธศตวรรษที่ 22 ถึง 23 ในระยะต่อมาก็ยังถูกรุกรานโดยอังกฤษซึ่งมีอำนาจอยู่ในอินเดียก่อนที่จะได้เจรจาสงบศึกกัน ในปี พ.ศ. 2453

การเมือง ภูฏาน

กษัตริย์ ของ ภูฏาน
มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภายใต้การปกครองโดย สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์วังชุก ทรงปกครองประเทศโดยมีคณะองคมนตรีเป็นที่ปรึกษา และสภาแห่งชาติที่เรียกว่า ทรองดู (Tsongdu) ทำหน้าที่ในการออกกฎหมาย ประกอบด้วยสมาชิก 161 คน
  • สมาชิก 106 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน
  • สมาชิก 55 คน มาจากการแต่งตั้งของพระมหากษัตริย์
ในสมัยศตวรรษที่ 17 ลามะ ซับดุง นาวัง นำเกล (Zhabdrung Ngawang Namgyal Rama) ได้รวบรวมภูฏานให้เป็นปึกแผ่นและก่อตั้งเป็นประเทศขึ้น และในปี พ.ศ. 2194 ลามะ ซับดุง ได้ริเริ่มการบริหารประเทศแบบสองระบบ คือ แยกเป็นฝ่ายฆราวาสและฝ่ายสงฆ์ ภูฏานใช้ระบบการปกครองดังกล่าวมาเป็นเวลากว่าสองศตวรรษ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2450 พระคณะที่ปรึกษาแห่งรัฐ ผู้ปกครองจากมณฑลต่าง ๆ ตลอดจนตัวแทนประชาชนได้มารวมตัวกันที่เมืองพูนาคา และทำการเลือกอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ สมเด็จพระราชาธิบดีอูเก็น วังชุก (King Ugyen Wangchuck) ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้ปกครองเมืองทรองซา (Trongsa) ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์แรกของภูฏาน โดยดำรงตำแหน่งเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์แรกแห่งราชวงศ์วังชุก (Wangchuck Dynasty) ในปี พ.ศ. 2450 เนื่องจากคุณสมบัติที่โดดเด่นของพระองค์ตั้งแต่ครั้งยังทรงดำรงตำแหน่งเป็นผู้ปกครองเมืองทรองซา ทรงมีลักษณะความเป็นผู้นำ และเป็นผู้นำที่เคร่งศาสนา และมีความตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ราชวงศ์วังชุกปกครองประเทศภูฏานมาจนถึงปัจจุบันสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ปัจจุบันทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 5 คือ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก (King Jigme Khesar Namgyal Wangchuck) ขึ้นครองราชสมบัติเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2549 เป็นสมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์วังชุก
ภูฏานจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นครั้งแรกในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2551 มีพรรคการเมืองสองพรรค

สัญลักษณ์ประจำชาติ

  • สัตว์ประจำชาติ : ทาคิน เป็นสัตว์ที่หายาก เพราะมีอยู่ในดินแดนภูฏานเพียงแห่งเดียว และอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ มีลักษณะคล้ายวัวผสมแพะตัวใหญ่ มีเขา ขนตามตัวมีสีดำ มักจะอาศัยอยู่กันเป็นฝูงในป่าโปร่ง บนความสูงกว่า 4,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไป ชอบกินไม้ไผ่เป็นอาหาร
  • ต้นไม้ : ต้นสนไซปรัสนิยมปลูกตามวัด
  • ดอกไม้ประจำชาติ : ดอกป๊อปปี้สีฟ้า เป็นดอกไม้ป่าที่พบตามเขตภูเขาในภูฏาน
  • อาหารประจำชาติ : อาหารพื้นบ้านเป็นอาหารเรียบง่าย อาหารหลักเป็นทั้งข้าว บะหมี่ ข้าวโพด ยังนิยมเคี้ยวหมากอยู่ อาหารส่วนใหญ่ประกอบด้วยพริก ผักและมันหมู อาหารประจำชาติคือ Ema datshi ซึ่งประกอบด้วยพริกสดกับซอสเนยต้มกับหัวไชเท้า มันหมูและหนังหมู ชาวภูฏานนิยมอาหารรสจัด เครื่องดื่มมักเป็นชาใส่นมหรือน้ำตาล ในฤดูหนาวนิยมดื่มเหล้าหมักที่ผสมข้าวและไข่ ไม่นิยมสูบบุหรี่ นอกจากนั้นมีอาหารจากทิเบต เช่นซาลาเปาไส้เนื้อ ชาใส่เนยและเกลือ และอาหารแบบเนปาลในภาคใต้ที่กินข้าวเป็นหลัก
  • ธงชาติภูฏาน
    • สีเหลือง ครึ่งบนของธงชาติ หมายถึง อำนาจของพระมหากษัตริย์ เป็นสีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรม
    • สีส้ม ครึ่งล่างของธงชาติ หมายถึง การปฏิบัติธรรมและความเลื่อมใสและศรัทธาของชาวภูฏานที่มีต่อศาสนาพุทธ
    • มังกรที่อยู่ตรงกลางของธงชาติ หมายถึง ประเทศดรุกยุล มีความหมายว่าดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า ตัวมังกรมีสีขาวบริสุทธิ์ อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของคนทุกเชื้อชาติ ทุกภาษาที่อยู่ในประเทศ ท่าทีที่มังกรกำลังอ้าปากคำรามนั้น แสดงออกถึงความมีอำนาจน่าเกรงขามของเหล่าพระผู้เป็นเจ้าทั้งชายและหญิงที่ปกป้องภูฏาน

ภูมิประเทศ ภูฏาน

ประเทศภูฏานเป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก มีพื้นที่ประมาณ 38,394 ตารางกิโลเมตร (ขนาดใกล้เคียงกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์) ตั้งอยู่เหนือรัฐอัสสัมของประเทศอินเดีย ภูฏานเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ปรากฏภูมิประเทศ 3 ลักษณะ
  • เทือกเขาสูงตอนเหนือ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย
  • ที่ลาดเชิงเขา พบตอนกลางของประเทศ
  • ที่ราบ พบตอนใต้ของประเทศ มีแม่น้ำพรหมบุตรพาดผ่าน

ภูมิอากาศ ภูฏาน

เนื่องจากภูฏานเป็นประเทศขนาดเล็ก ลักษณะภูมิอากาศจึงไม่แตกต่างกันมากนัก โดยมากเป็นภูมิอากาศแบบกึ่งร้อนมีฝนชุก ยกเว้นตอนเหนือซึ่งเป็นภูเขาสูง ทำให้มีอากาศแบบหนาวเทือกเขา
อากาศ กลางวัน 25 - 15 องศาเซลเซียส กลางคืน 10 - 5 องศาเซลเซียส มี 4 ฤดู คือ
  1. ฤดูใบไม้ผลิ จะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม ช่วงนี้อากาศจะอบอุ่นและอาจมีฝนประปราย
  2. ฤดูร้อน จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม ช่วงนี้จะมีพายุฝน ตามเทือกเขาจะเขียวชอุ่ม
  3. ฤดูใบไม้ร่วง จะอยู่ในช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน ช่วงนี้อากาศจะเย็น ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะแก่การเดินเขา
  4. ฤดูหนาว จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ อากาศจัดเย็นจัดตอนกลางคืนและรุ่งเช้า และจะมีหมอกหนา บางครั้งโดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม อาจมีหิมะตกบ้าง

เศรษฐกิจ ภูฏาน

สกุลเงินของภูฏานคืองุลตรัมซึ่งผูกค่าเงินเป็นอัตราคงที่กับรูปีอินเดีย และเงินรูปียังสามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายอีกด้วย
แม้ว่าภูฏานจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กที่สุดในโลก แต่ก็มีอัตราการเติบโตที่สูงมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา (ร้อยละ 8 ในปี 2005 และร้อยละ 14 ในปี 2006) ในปี 2007 ภูฏานเป็นประเทศที่มีอัตราเติบโตสูงเป็นอันดับสองของโลกโดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 22.4 ซึ่งเป็นผลจากการเริ่มใช้เขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าทาลา
รายได้หลักของประเทศ มากกว่าร้อยละ 33 ของจีดีพี มาจากการเกษตร และประชากรกว่าร้อยละ 70 มีวิถีชีวิตขึ้นอยู่กับผลิตผลทางการเกษตรด้วย สินค้าส่งออกสำคัญคือไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ซึ่งส่งออกไปยังอินเดีย

ทรัพยากรธรรมชาติ

ในภูฏานมีพื้นที่ป่าถึง 60% มีอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 4 แห่ง และเขตสงวนธรรมชาติ 1 แห่ง คิดเป็น 35% ของพื้นที่ประเทศ ในพื้นที่ดังกล่าวมีสัตว์และพืชหายากมากกว่า 7,000 ชนิด มีกล้วยไม้เฉพาะถิ่น 300 เขต และพันธุ์ไม้หายากอีกราว 500 ชนิด และมีสมุนไพรหายากราว 150 ชนิด

ประชากร ภูฏาน

จำนวนประชากร 752,700 คน (เมื่อปี พ.ศ. 2547) เป็นชาย 380,090 คน และหญิง 372,610 คน
อัตราการเพิ่มของประชากรร้อยละ 2.14 (เมื่อปี พ.ศ. 2546)
เชื้อชาติ ประกอบด้วย 3 เชื้อชาติ ได้แก่
  1. ชาร์คอป (Sharchops) ชนพื้นเมืองดั้งเดิม ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันออก
  2. งาลอบ (Ngalops) ชนเชื้อสายธิเบต ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันตก
  3. โลซาม (Lhotshams) ชนเชื้อสายเนปาล ส่วนใหญ่อยู่ทางใต้
กลุ่มประชากรของภูฏาน แบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ คือ
  1. กลุ่มดรุกปา ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
    1. กลุ่มเชื้อสายธิเบต
    2. กลุ่มซังลา ที่ถือว่ามีจำนวนมากที่สุด เนื่องจากจะแยกออกตามภาษาท้องถิ่นที่ใช้ที่มีประมาณ 11 ภาษา กลุ่มนี้จะอาศัยทางทิศตะวันออกของประเทศ
  2. กลุ่ม เนปาล คือส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ แต่ปัจจุบันนี้ทางรัฐบาลของประเทศภูฏาน ได้พยายามผลักดันให้ประชากรเหล่านี้กลับไปยังถิ่นฐานเดิมคือประเทศเนปาล
  3. กลุ่มชนอื่น ๆ อีก 13% คือชาวธิเบต ชาวสิกขิม และชาวอินเดีย

วัฒนธรรม ภูฏาน

การแข่งขันธนู เป็นการแข่งขันกีฬาที่สำคัญของชาวภูฏาน
ภาษาประจำชาติ คือภาษาซองคา ซึ่งแต่เดิมเป็นภาษาท้องถิ่นแถบตะวันตกของภูฏาน ต่อมาได้กลายเป็นภาษาประจำชาติ เขียนด้วยอักษรทิเบต นอกจากนั้นมีการใช้ภาษาถิ่นที่ต่างไปในแต่ละพื้นที่ ภาษาของชาวภูฏานคล้ายภาษาทิเบตชาวเนปาลทางภาคใต้พูดภาษาเนปาลี ทางตะวันออกพูดภาษาชาชฮอป ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ทั่วไป
เครื่องแต่งกายประจำชาติ ผู้ชายเรียกว่า โฆ (Kho) ส่วนของผู้หญิงเรียกว่า ฆีระ (Khira)
การแต่งกาย ชาวภูฏาน

วันหยุดและเทศกาล

  • วันหยุดที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ได้แก่วันเฉลิมพระชนมพรรษา และวันฉัตรมงคล
  • วันชาติ ตรงกับวันที่ 17 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่กษัตริย์องค์แรกของราชวงศ์วังชุกขึ้นครองราชย์
  • วันขึ้นปีใหม่ ขึ้นกับปฏิทินทางจันทรคติและแตกต่างไปในแต่ละท้องถิ่นโดยทั่วไปในงานจะมีการแข่งขันยิงธนู ไหว้พระ บูชาเทพเจ้า และรับประทานอาหารร่วมกันภายในครอบครัว

ศาสนา ใน ภูฏาน

ประชาชนชาวภูฏานนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน (ตันตรยาน หรือบ้างก็เรียกว่าวัชรยาน) 75% ศาสนาฮินดู 24% ศาสนาอิสลาม 0.7% และศาสนาคริสต์ 0.3%

การท่องเที่ยวสู่ ภูฏาน

ด้วยความเป็นประเทศเล็กๆ ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีไว้อย่างเต็มเปี่ยม การเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวยังประเทศนี้จึงมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ด้วยปัจจัยหลายประการ ปัจจัยหลักเห็นจะเป็นเรื่องของการป้องกันความแปลกปลอม ของอารยะธรรมจากด้านนอก ที่จะล่วงล้ำมายังดินแดนนี้อย่างรวดเร็วเกินไป การยึดมั่นความสุขโดยรวมของประเทศมิได้อยู่กับความร่ำรวยเงินตรา แต่หากเกิดจากความสุขของมวลประชา ที่เกิดจากรากเหง้าของความเป็นชาวพุทธ ในแบบพุทธศาสนา นิกายตันตระยาน หรือนิกายวัชรยาน ผู้คนยังบำเพ็ญตนถือศีล เข้าวัดวา อาราม ที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใต ในการดำรงค์ชีวิต ได้อย่างไม่ที่ใดเหมือน

การท่องเที่ยวของภูฏาน จึงอยากแสดงความคิดเห็นในฐานะคนทำอาชีพประกอบการท่องเที่ยว ในประเทศแห่งนี้ ตามความรู้สึกส่วนตัว ดังนี้
1.การจำกัดนักท่องเที่ยว - ด้วยเหตุผลมองว่า ความพร้อมของรับเอาวัฒนธรรมภายนอก ยังเป็นเหตุหลัก แต่ก็มุ่งเป้าส่งเสริมการท่องเที่ยว ถึงแม้ยังเพิ่มอัตราแข่งขัน ได้น้อย
2.บุคคลากรการท่องเที่ยว - ด้วยประชากรมีจำกัด และอยู่ในเฉพาะเมืองใหญ่ ความรู้การศึกษา ในการพัฒนาการท่องเที่ยว ยังต้องอาศัยคนอีกจำนวนมาก
3.สนามบิน และสายการบิน - สนามบินมีขนาดเล็ก และภูมิศาสตร์ของสนามบินค่อนข้างแคบ เครื่องบินที่บินลง ต้องชำนาญการ เพื่อลงจอดในสนามบิน ที่อยู่ซอกเขา
4.การซื้อทัวร์ และราคา - ถูกกำหนดโดยการท่องเที่ยว และต้องชำระเงินผ่าน รัฐบาลเสียก่อน และตั้งนโยบายกำหนดราคา เพื่อให้ใช้ราคาเดียวกัน และค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง หากเทียบกับประเทศอื่นๆ
5.การออกวีซ่า - มีการอนุมัติวีซ่า ได้ที่หน่วยงานการท่องเที่ยว จุดเดียวในประเทศ ยังไม่แก้ไขให้เกิดความสะดวก
6.อาหารการกินของนักท่องเที่ยว - อาหารการกิน ค่อนข้างเป็นอุปสรรค เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้า และมีการงดจำหน่าย และนำเข้าเนื้อในช่วงฤดูการถือศีล อาจมองว่าไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่าย

เดินทางทางอากาศ

เราสามารถโดยสารเครื่องบิน จากประเทศไทย สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ สนามบินเมืองพาโร โดยส่วนใหญ่จะแวะ รับส่งผู้โดยสารชาวอินเดีย ที่สนามบินในเมืองต่างๆ ของอินเดีย ด้วยเหตุผลของการบริหารของสายการบิน แต่เดิมมีสายการบินแห่งชาติ คือสายการบิน Druk Air ที่ผูกขาดสายการบินเดียว ปัจจุบันเปิดโอกาส ให้เอกชนเปิดสายการบินเพิ่ม แต่ยังคงเป็นกิจการของกลุ่มเชื้อพระวงศ์ แต่ก็ถือว่า ทำให้มีทางเลือกและเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น 
- สนามบิน สุวรรณภูมิ - สนามบิน เมืองพาโร **แวะสนามบิน ในอินเดีย 1 จุด
บริการโดยสายการบิน วันละ 1 เที่ยวบิน ทั้งสองสายการบิน
  • Druk Air เครื่องบินรุ่น Airbus A319-100  ชั้นbusiness 16 ที่ และชั้น Economy 102 ที่ รวม 118 ที่นั่ง จำนวน 3 ลำ
  • Druk Air
  • Bhutan Airlines  เครื่องบินรุ่น Airbus A319-100 จำนวน 2 ลำ ชั้นbusiness 16 ที่ และชั้น Economy 102 ที่ รวม 118 ที่นั่ง และ Airbus A320-200 จำนวน 1 ลำ

เดินทางทางบก

เข้าออกได้ที่ ด่านพรมแดน อินเดีย - เมืองพูนซิลิง

ของที่ระลึกใน ภูฏาน

น้ำผึ้ง และนมผึ้ง
แยมผลไม้
ผ้าทอมือพื้นเมือง
หินซี
ชามไม้ที่เรียกว่า Dappa
ตะกร้าสานไม้ไผ่
หน้ากากไม้แกะสลัก
ทังกา
ชุดประจำชาติคีร่า
กงล้อมนตรา
แสตมป์ภูฎาน
ของเหล่านี้ ท่านจะสามารถหาซ์้อได้ที่ถนนช้อปปิ้งเมือง พาโร และเมืองทิมพุ หรือเมืองบุมทัง ราคามีทั้งถูก โดยเฉพาะของกิน และอาจจราคาสูง พวกสินค้าทำมือ

 

กรองค้นหาโดยราคา
กรองค้นหาโดยสายการบิน
  • Selecct All
  • (1)
  • (1)
รูปแบบการแสดง
ISA-พาโร ทิมพู ปูนาคา  5วัน4คืน KB
รหัสทัวร์: 9208

ISA-พาโร ทิมพู ปูนาคา 5วัน4คืน KB

เยือนอาณาจักรภูฏาน ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า เที่ยวเมืองพาโร ชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พาโรซอง ชมเมืองทิมพู ชมทาชิโซซองเมืองพูนาคา ชมป้อมหรือซอง แห่งพูนาคา เมืองหลวงเก่า ขึ้นเขาวัดทักซัง

ราคา ฿ 48,900

ช่วงวันเดินทาง เหลือที่
27 ธ.ค. 60 เกือบเต็ม
28 ธ.ค. 60 เกือบเต็ม
3 ม.ค. 61 มีที่ว่าง
10 ม.ค. 61 มีที่ว่าง
17 ม.ค. 61 มีที่ว่าง
24 ม.ค. 61 มีที่ว่าง
7 ก.พ. 61 มีที่ว่าง
14 ก.พ. 61 มีที่ว่าง
21 ก.พ. 61 มีที่ว่าง
ยอดนิยม
PV-ภูฎาน ทิมพู  พูนาคา พาโร  วัดทักซัง  5วัน4คืน B3
รหัสทัวร์: 9260

PV-ภูฎาน ทิมพู พูนาคา พาโร วัดทักซัง 5วัน4คืน B3

พิสูจน์จิตมหากุศล พิชิตวัดถ้ำพยัคฆ์เหิรวัดทักซัง บนยอดหน้าผาสูงจากระดับน้ำทะเล 2,900 ม.ชมความงดงามของ ป้อมปราการ พูนาคาซอง ที่สวยที่สุดแห่งภูฏาน ขอพรศักดิ์สิทธิ์องค์พระศรีสัจจธรรม พระพุทธรูปที่ประดิษฐาน ณ จุดสูงที่สุดในโลก

ราคา ฿ 49,900

ช่วงวันเดินทาง เหลือที่
4 ต.ค. 60 (sold out)
18 ต.ค. 60 (sold out)
25 ต.ค. 60 (sold out)
1 พ.ย. 60 (sold out)
15 พ.ย. 60 (sold out)
29 พ.ย. 60 เกือบเต็ม
9 ธ.ค. 60 เกือบเต็ม
20 ธ.ค. 60 เกือบเต็ม