เที่ยวเมือง ฟลอเรนซ์ ให้ประทับใจ กับที่เที่ยว 6 แห่ง ที่ยอดนิยม

เขียนโดย:มนัส รักจ้อย โพสเมื่อ: 7/10/2017 7:04:06 PM  4285


รวมข้อมูล เที่ยวเมือง ฟลอเรนซ์ เมืองแห่งบ้านของศิลปะของโลก เที่ยวอย่างไรให้ประทับใจ เรามาแนะนำเมืองนี้ กับที่เที่ยว 6 แห่ง ที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมืองนี้ต้องแนะนำเลยว่า การเดินเท้า เพื่อเที่ยวฟลอเรนซ์ ให้ได้เต็มอิ่ม เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง และให้มั่นใจได้เลยว่า การเดินเท้าตลอดการเที่ยวชม หากเหน็ดเหนื่อย แวะนั่งจิบการแฟ กับร้านกาแฟหน้าลานจตุรัส Piazza della Signoria ก็ได้บรรยากาศดีๆเก็บไว้ในความทรงจำ
ใจกลางเมืองมีถนน ตรอก ซอกซอย ค่อนข้างแคบ ด้วยความเป็นมาตั้งแต่โบราณอาคาร บ้านเรือนต่างๆ ในใจกลางเมือง เปรียบเหมือนอณาบริเวณของเมืองเก่า ซึ่งเก็บอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกโลก การเที่ยวที่นี่ท่านมีโอกาสหลงได้ง่ายๆ ยามที่เป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยว จะดาดดื่นไปด้วยนักท่องเที่ยวเดินการเต็มถนนคนเดิน แม้กระทั่งจตุรัส ลานกว้างๆ ก็ตาม 

แนะนำให้ถือแผนที่เที่ยวด้วยจะเป็นการดี ป้องกันการหลงทาง แม้แต่ผู้เขียนในฐานะ ทัวร์ลีดเดอร์ ยังพลัดหลง กับลูกทัวร์ มาหลายครั้ง ต่อหลายครั้ง ...ไกด์หลง หรือ ลูกทัวร์หลง?... ฮิฮิ โปรดระมัดระวังนักล้วงกระเป๋า ในขณะที่สนุกเพลิดเพลินกับการเดินเที่ยว

เมืองฟลอเรนซ์ เป็น 1 ใน 9 อันดับ เมืองที่น่าเที่ยวใน อิตาลี มาแนะนำ

 

สถานที่เที่ยว ใน ฟลอเร้นซ์ 6 แห่งยอดนิยม 

1.The Academia Gallery

The Academia Gallery ที่เที่ยว ฟลอเร้นซ์
 ประติมากรรมหินอ่อน เดวิด (David) ของ มิเคลันเจโล (Michelangelo Buonarroti) ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ของโลกชาวอิตาลี เปิดแสดงเป็นครั้งแรกที่กรุงฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ประติมากรรมเดวิดเป็นหินอ่อนแกะสลักรูป พระเจ้าเดวิด (King David) ตามตำนานในคำภีร์ไบเบิล ลักษณะเป็นชายหนุ่มยืนเปลือยกาย แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงและความงดงามของร่างกายมนุษย์ มีความสูง 5.17 เมตร หนักราว 6 ตัน มิเคลันเจโลแกะสลักระหว่างปี 2044-2047 โดยนำหินอ่อนสีขาวมาจากเมืองคาร์รารา (Carrara) แคว้นทัสคานีของอิตาลี ในคราวที่นำออกแดสงครั้งแรกเป็นที่ฮือฮาของชาวเมืองอย่างมาก ส่งผลให้ชื่อเสียงของมิเคลันเจโนโด่งดังไปทั่วอิตาลี ประติมากรรมเดวิดเป็นรูปปั้นนับเป็นผลงานชิ้นเอกที่แสดงถึงความรุ่งเรืองทางศิลปะในยุค 
"ฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ” (Renaissance) เป็นหนึ่งในประติมากรรมชิ้นเอกสองชิ้นของมิเคลันเจโล อีกชิ้นหนึ่งคือประติมากรรม "ปิเอตา" (Pieta) ปัจจุบันประติมากรรมเดวิดตั้งแสดงอยู่ที่ The Accademia Gallery กรุงฟลอเร็นซ์ นอกจากนี้ยังมีรูปจำลองประติมากรรมเดวิดตั้งแสดงอยู่หลายประเทศ

2.เปียซซาเดลซิญญอเรีย

เปียซซาเดลซิญญอเรีย ฟลอเร้นซ์
จัตุรัสที่คึกคักแห่งนี้คือบ้านของเดวิดของมิเกลันเจโล รวมถึงคาเฟ่มากมาย อุฟฟิซีที่มีชื่อเสียงระดับโลก และแกลเลอรีรูปสลักกลางแจ้ง มีโอกาสแนะนำให้ แวะพักนั่งที่โต๊ะกลางแจ้งในคาเฟ่ สั่ง Espesso มาดื่มสักแก้ว หรือจะหาภัตตาคารสักแห่งในเปียซซาเดลซิญญอเรียแห่งนี้ ดูผู้คนเดินไปมาเหมือนที่เคยเป็นเมื่อเจ็ดศตวรรษที่ผ่านมา ในเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการเมืองและการปกครองแห่งนี้ นักแสดงบนถนนที่หรูหรา นักท่องเที่ยวมากมายและชาวเมืองที่ไม่อยู่เฉยไปๆ มาๆ ในจัตุรัสรูปตัวแอลที่ตั้งอยู่หน้าอาคารที่เป็นที่รู้จักหลายแห่งของฟลอเรนซ์
การก่อสร้างปาลาซโซเวคคิโอในปี 1302 ทำให้เปียซซาแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางของชีวิตของชาวฟลอเรนซ์ เช่นเดียวกับในปัจจุบัน ปาลาซโซยังเป็นที่ว่าการเมืองหลักของฟลอเรนซ์ การเลือกตั้งสาธารณะ จลาจลและการประหารเกิดขึ้นที่นี่ ภายใต้สายตานิ่งๆ ของรูปสลักเดวิดจำลองของมิเกลันเจโล ที่ยืนอยู่หน้าประตู รูปสลักดั้งเดิมถูกย้ายไปที่แกลเลอรีอัคคาเดเมีย (Galleria dell'Accademia) ในปี 1873
หยุดถ่ายรูปที่น้ำพุเนปจูนของอัมมานนาติ ที่เฉลิมฉลองความสำเร็จด้านการเดินเรือของฟลอเรนซ์ มองลงไปเพื่อหาแผ่นสำริดที่ระลึกถึงนักบวชซาโวนาโรลาผู้เคร่งศาสนา ซึ่งถูกประหารชีวิตที่นี่ในปี 1498

3.หอศิลป์อุฟฟิซิ 

หอศิลป์อุฟฟิซิ ที่เที่ยว ฟลอเร้นซ์
 หอศิลป์อุฟฟิซิ (ภาษาอิตาลี: Galleria degli Uffizi) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ที่เมืองฟลอเรนซ์ในประเทศอิตาลี “หอศิลป์อุฟฟิซิ”ป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาพิพิธภัณฑ์ศิลปะในโลก ตัวพิพิธภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของ “พาลัซโซ เดกลิ อุฟฟิซิ”ซึ่งเป็นพาลัซโซ (Palazzo) ในเมืองฟลอเรนซ์
ประวัติ
 ตัวสิ่งก่อสร้างของวังเริ่มโดยจอร์โจ วาซารีในปี ค.ศ. 1560 สำหรับโคสิโมที่ 1 เดอเมดิชิ (Cosimo I de' Medici) เพื่อเป็นสำนักงานของผู้พิพากษาฟลอเรนซ์ — จึงได้ชื่อว่า “uffizi” หรือ “ออฟฟิส” การก่อสร้างทำตามแบบที่วางโดยวาซารีโดย อัลฟองโซ ปาริจิ (Alfonso Parigi) และ เบอร์นาร์โด บวนตาเล็นติ (Bernardo Buontalenti) และเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1581 “cortile” ยาวและแคบและเปิดไปทางแม่น้ำอาร์โนทางด้านหนึ่งเป็นแบบดอริคที่แสดงช่องว่างโดยไม่บังทิวทัศน์ที่นักประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม[1] ใช้เป็นตัวอย่างในการวางแบบถนนทัศน์ในยุโรป วาซารีผู้เป็นทั้งจิตรกรและสถาปนิกเน้นทัศนมิติของความยาวโดยการใช้บัวที่ต่อเนื่องตลอดแนวบนหลังคาของฟาซาด เช่นเดียวกับบัวต่อเนื่องที่ใช้ระหว่างชั้น และใช้บันไดสามชั้นที่ต่อเนื่องกันด้านหน้า
     พาลัซโซ เดกลิ อุฟฟิซิใช้เป็นสำนักงานการบริหารทางการยุติธรรมและเป็นที่เก็บเอกสารสำคัญของรัฐ (Archivio di Stato) แผนที่โคสิโมที่ 1 เดอ เมดิชิวางไว้ในการจัดงานแสดงศิลปะที่เป็นของตระกูลเมดิชิมาถูกเปลี่ยนโดย ฟรานเชสโคที่ 1 เดอ เมดิชิ ที่รวมงานชิ้นเด่นๆ ในหอศิลป์ที่กลายมาเป็นจุดดึงดูดของ “Grand Tour”
     งานเขียนก็เพิ่มมากขึ้นตลอดมาจากการสะสมของตระกูลเมดิชิบ้าง หรืองานที่จ้างทำบ้าง หลังจากตระกูลเมดิชิสิ้นอำนาจ งานสะสมก็ยังเป็นของฟลอเรนซ์ภายใต้ข้อตกลง “Patto di famiglia” ที่ต่อรองกับแอนนา มาเรีย โลโดวิคาทายาทคนสุดท้ายของตระกูล ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ หอศิลป์เปิดให้เข้าชมโดยการยื่นคำร้องตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 และในปี ค.ศ. 1765 ก็เริ่มเปิดให้สาธารณชนเข้าชม
     หอศิลป์มีงานสะสมมากมายจนต้องนำไปแสดงในพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ในฟลอเรนซ์ ภายใน
ปี ค.ศ. 2006 ทางหอศิลป์มีโครงการที่จะขยายบริเวณแสดงงานเขียนเพิ่มขึ้นจาก 6,000 ตารางเมตร (64,000 ตารางฟุต) เป็นเกือบจะ 13,000 ตารางเมตร (139,000 ตารางฟุต) ซึ่งทำให้สาธารณชนได้ชมงานเขียนที่แต่เดิมเก็บไว้ในที่เก็บของ
     ในปัจจุบันหอศิลป์อุฟฟิซิเป็นสถานที่ที่นิยมที่สุดที่หนึ่งในฟลอเรนซ์ของนักท่องเที่ยว ระหว่างหน้าร้อนโดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคมนักท่องเที่ยวอาจจะต้องคอยกว่าห้าชั่วโมงเพื่อที่จะเข้าชมหอศิลป์

4.สะพานเวคคิโอ อันเก่าแก่ ของ ฟลอเรนซ์

สะพานเวคคิโอ
เดินทางต่อเนื่องทะลุจาก หอศิลป์อุฟฟิซิ จะพบริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะเห็นสะพานที่ไม่เหมือนใครของฟลอเรนซ์ ซึ่งรอดพ้นจากการทำลายของนาซีเนื่องจากความสวยงาม และยังเป็นบ้านของเหล่าพ่อค้าอัญมณีมากว่าสี่ศตวรรษ
เมื่อเดินทางมาถึงปอนเตเวคคิโอ ลองมองเข้าไปในหน้าต่างร้านช่างทองหลายแห่ง ซึ่งอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เพลิดเพลินกับการชมทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำอาร์โนจากระเบียงกลางของสะพาน นักแสดงบนถนน ศิลปินและนักท่องเที่ยวสร้างบรรยากาศที่คึกคักตลอดทั้งวัน เมื่อร้านรวงต่างๆ ปิดในยามเย็น สะพานจะมีบรรยากาศที่โรแมนติก และเหมาะกับการเดินเที่ยวแบบโรแมนติก
ปอนเตเวคคิโอ (สะพานเก่า) คือสะพานที่เก่าแก่ที่สุดของฟลอเรนซ์ บันทึกของสะพานในสถานที่แห่งนี้ย้อนกลับไปในปี 996 ถึงแม้ว่าสะพานที่คุณเห็นอยู่นี้จะถูกสร้างขึ้นในปี 1345 ก็ตาม สะพานนี้มีโค้งสามอันคร่อมแม่น้ำ ร้านรวงสีเหลืองสดใสและหน้าต่างสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆ ที่สะท้อนบนผิวน้ำเป็นหนึ่งในภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของฟลอเรนซ์ มีเพียงสะพานเท่านั้นที่ไม่ได้ถูกเยอรมันระเบิดไปในสงครามโลกครั้งที่สอง เนื่องจากถอยทัพออกไปเสียก่อน ตำนานกล่าวว่า นั่นเป็นคำสั่งโดยตรงจากฮิตเลอร์

5.มหาวิหารซานตามาเรีย เดลฟิโอเร

มหาวิหารซานตามาเรีย เดลฟิโอเร ที่เที่ยว ฟลอเรนช์
บาซิลิกาดิซานตามาเรียเดลฟิโอเร หรือ มหาวิหารฟีเรนเซ (อิตาลี: Basilica di Santa Maria del Fiore หรือ Duomo di Firenze; อังกฤษ: Florence Cathedral) เป็นมหาวิหาร ในเมืองฟีเรนเซ จังหวัดฟีเรนเซ แคว้นตอสกานา ประเทศอิตาลี สร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 ออกแบบโดย ฟีลิปโป บรูเนลเลสกี ด้านหน้าโบสถ์ประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว เขียว และชมพู  มหาวิหารแห่งนี้ใหญ่เป็นลำดับที่ 4 ของทวีปยุโรป รองลงมาจาก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ มหาวิหารเซนต์พอล และ มหาวิหารมิลาน มีความยาว 153 เมตร และฐานของโดมกว้างถึง 90 เมตร

6.โบสถ์ซานลอเรนโซ (Basilica di San Lorenzo)

โบสถ์ซานลอเรนโซ
ที่สุดท้าย จะแนะนำให้เดินทางไปที่ตลาดซานลอเรนโซในจัตุรัสที่วุ่นวายที่สุดของฟลอเรนซ์ เพื่อไปที่โบสถ์ซานลอเรนโซ (Basilica di San Lorenzo) รูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นหินตัดหยาบๆ ที่คุณเห็นเมื่อเข้าใกล้ซ่อนความมีศิลปะและการออกแบบไว้ภายใน มิเกลันเจโล โดนาเตลโล และบรูเนลเลสชีได้ทุ่มเทกับการออกแบบและการตกแต่งโบสถ์แห่งนี้ ซึ่งกลายเป็นที่พำนักชั่วนิรันดร์ของสมาชิกในตระกูลเมดิชีที่ครองฟลอเรนซ์มาเป็นเวลานาน ตระกูลผู้ปกครองที่ร่ำรวยนี้เป็นแหล่งเงินทุนของอาคารยุคเรอเนสซองส์ของฟลอเรนซ์หลายแห่ง
โบสถ์ซานลอเรนโซเป็นหนึ่งในสถานที่ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดของเมือง ได้รับการเจิมในปี 393 และถูกก่อสร้างต่อมาอีกหลายปี ตั้งแต่ปี 1419 บรูเนลเลสชีผู้เป็นสถาปนิกรับผิดชอบการออกแบบดั้งเดิม และโค้งสูง เสาโครินเธียน และใส่ใจกับความสมมาตร และเป็นตัวอย่างช่วงต้นๆ ของสิ่งที่กลายเป็นสไตล์เรอเนสซองส์คลาสสิก
ลองมองหาธรรมาสน์สำริดในการตกแต่งที่หรูหราสิ นั่นเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของโดนาเตลโล รูปนูนต่ำบนธรรมาสน์แสดงฉากจากการคืนชีพและชีวิตของพระเยซู หากต้องการดูผลงานของช่างฝีมือชั้นครูคนอื่นๆ ของอิตาลี ให้ไปที่ห้องสมุดลอเรนเทียน (Biblioteca Medicea Laurenziana) ในส่วนระเบียงของโบสถ์ มิเกลันเจโลออกแบบพื้นที่นี้ และมักได้รับการชื่นชมว่าเป็นความสำเร็จด้านสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุดของเขา
มิเกลันเจโลยังรับผิดชอบผนังฉาบปูนและเพดานโดมของ New Sacristy (Sagrestia Nuova) อีกด้วย เขาออกแบบหลุมศพของเมดิชีที่อยู่ภายใน หลุมศพประกอบด้วยรูปสลักที่แสดงสี่เวลาของวัน สมาชิกของตระกูลเมดิชีมากกว่า 50 คนได้ถูกฝังอยู่ในหอสวดมนต์เมดิชีที่กว้างขวาง (Cappelle Medicee)
ค้นหาตัวอย่างความแม่นยำด้านเรขาคณิตของบรูเนลเลสชีใน Old Sacristy (Sagrestia Vecchia) ซึ่งอยู่ที่ปีกทางทิศเหนือ บริเวณสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีโดมครอบนี้คือส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของโบสถ์ และเป็นพื้นที่เดียวที่เสร็จสมบูรณ์ในช่วงชีวิตของสถาปนิก บนผนัง คุณจะเห็นภาพนูนแปดภาพซึ่งเป็นฝีมือของโดนาเตลโล ที่สลักเรื่องราวชีวิตของเซนต์จอห์นผู้ให้บัพติศมา
โบสถ์ซานลอเรนโซเปิดทุกวัน ยกเว้นวันนักขัตฤกษ์และวันอาทิตย์และวันจันทร์บางวัน มีค่าธรรมเนียมเข้าชมเล็กน้อย และในบางบริเวณ เช่น ห้องสมุด จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก สำหรับเวลาทำการและค่าเข้าชม โปรดตรวจสอบเว็บไซต์ของ Polo Museale Fiorentino (สถาบันที่ควบคุมดูแลผลงานศิลปะ)

หาทัวร์ เที่ยว อิตาลี