ที่เที่ยว 8 แห่ง ใน กรุงโรม ที่ใครๆที่ต้องไป และไม่ควรพลาด

เขียนโดย:นายไกด์หมู พาเที่ยว โพสเมื่อ: 7/10/2017 5:20:35 PM  3943


สถานที่ท่องเที่ยว ที่สำคัญใน กรุงโรม ตามที่ได้แนะนำไปก่อนหน้านี้แล้วว่า อะไรควร อะไรไม่ควร หนึ่งในนั่นคือ การเที่ยวในประเทศอิตาลี โดยเฉพาะในกรุงโรม ให้มั่นใจได้เลยว่า คุณจะต้องใช้เท้าเดิน แล้วก็เดิน  มากและก็มาก เพื่อสัมผัสกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้อย่างเต็มอิ่ม เพราะสถานที่แต่ละแห่งนั่นไม่ไกลกันมากนัก หรืออาจจะต้องนั่งรถไฟใต้ดิน เอาสะดวกตามใจท่าน มาดูกันเลยว่า มีที่เที่ยวอะไรบ้างในกรุงโรม มาแนะนำ

1.สนามกีฬาแห่งกรุงโรม  (The colosseum  of  Rome)

  The colosseum of Rome สนามกีฬาแห่งกรุงโรม   ถ้าเราดูหนังภาพยนต์เกี่ยวกับชาวโรมัน ในสมัยโบราณ โดยเฉพาะเรื่อง เบนเฮอร์ เราจะรู้ได้เลยว่า มันยิ่งใหญ่จริงๆ สิ่งมหัศจรรย์ของโลกแห่งนี้ เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ที่เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนแห่งอาณาจักรโรมัน  และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิติตัส (Titus)  ในคริสต์ศตวรรษที่  1 หรือ   ประมาณปี ค.ศ. 80   (ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างโดยนักโทษชาวยิว 12,000  คน เพียง 8 ปีเท่านั้น) ตัวสนามสร้างมีรูปเป็นตึกวงกลมก่อด้วยอิฐและหินขนาดใหญ่ วัดโดยรอบยาว 527 เมตร สูง 57 เมตร มี 4 ชั้น ภายในมีอัฒจรรย์สำหรับคนนั่งดู จุคนดูประมาณ 80,000 คน ใต้อัฒจรรย์ และใต้ดิน มีห้องสำหรับขังนักโทษที่รอการ ประหารชีวิตและสิงโตหลายร้อยห้อง ใช้เป็นสถานที่ให้นักโทษ ต่อสู้กับสิงโตที่อดอาหาร หากนักโทษผู้ใดเอาชนะ ฆ่าสิงโตได้ด้วยมือเปล่าได้ ก็ รอดชีวิตไปหรือไว้ใช้เป็นที่ประลองฝีมือในเชิงฟันดาบ ของบรรดาเหล่าทาส ให้ต่อสู้กันเอง ยิ่งถ้าต่อสู้กันถึงสามารถฆ่าคู่ต่อสู้ตาย ก็จะได้รับเกียรติอย่างสูง เพราะเป็นการต่อสู้ที่ชาวโรมันนิยมและยกย่องกันมาก ปีๆหนึ่งต้องสูญเสียชีวิตนักโทษและทาสไม่ต่ำกว่าร้อยคน การต่อสู้แบบนี้ได้รับความนิยมมากในสมัยนั้น แม้แต่จักรพรรดิ์ Commodus ผู้มีชื่อเสียงในเรื่องการต่อสู้ ยังเคยลงแข่งขันด้วย โดยเล่ากันว่าบางครั้งพระองค์ชอบที่จะสวมใส่หนังสิงโต เพื่อเลียนแบบให้เหมือนกับเฮอร์คิวลิส นอกจาก นี้ยังใช้เป็นสถานที่ประลองฝีมือของเหล่าอัศวินในยุคนั้น สนามกีฬาแห่งนี้ จึงนับได้ว่าเป็นสิ่งก่อ สร้างที่แสดงถึงความรุ่งโรจน์ของอาณาจักรโรมันโบราณ แต่เมื่ออาณาจักรโรมันเสื่อมลงก็ถูกข้า ศึกทำลายหลายครั้งหลายหน อีกทั้ง Colosseum ที่เห็นในปัจจุบันนั้น ไม่ใช่แบบดั้งเดิมเนื่อง จากในช่วงศตวรรษที่ 8 นั้น พระสันตปาปา พอลล์ ที่ 3 ได้อนุญาตให้หลานชายของพระองค์ ทำการสกัดหินจากสนามต่อสู้แห่งนี้ เพื่อนำไปใช้ก่อสร้างวังของตนเอง และยังได้อนุญาตให้ Cardinal (ตำแหน่งที่รองจากสันตปาปา) สามารถขนวัสดุ หรือแม้แต่หินก้อนต่างๆ ออกไปใช้มากเท่าไหร่ก็ได้ไม่จำกัด เพียงแต่ให้เสร็จภายใน 12 ชั่วโมง จึงเหลือ ซากโครงสร้างอันใหญ่โตมโหฬารของ colosseum เช่นในปัจจุบัน

2. The Trevi Fountain (น้ำพุเทรวี่)

 น้ำพุเทรวี่ ที่เที่ยว ใน กรุงโรมน้ำพุเทรวี่แห่งนี้ เริ่มเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่อง "Three Coins in the Fountain" ที่แห่งนี้เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดเป็นอันขาด เนื่องจากมีความสวยงาม ทางสถาปัตยกรรมเป็นอย่างมาก แต่กว่าจะออกมาสวยแบบนี้ มีการสร้างขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งลงตัวที่แบบดีไซน์ของ สถาปนิกชื่อ Francesco Salvi ในช่วงศตวรรษที่ 17 นี้เอง น้ำพุเทรวี่นี้ ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่สร้างความประทับให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลกเลยทีเดียว ส่วนกลางของน้ำพุนั้น มีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูน 
(Neptune) ขี่รถม้าติดปีก แสดงถึงความมีสุขภาพที่แข็งแรง และความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักร  
 

***ตามประสบการณ์ในฐานะ หัวหน้าทัวร์ ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ที่นี่ แก็งค์ล้วงกระเป๋า ที่อัจฉริยะในฝีมือ มีมากนะครับ ผู้เขียนมีประสบการณ์กับลูกทัวร์มาแล้ว แม้แต่พาสปอร์ต กระเป๋าสตางค์ ที่อยู่ในเสื้อสูท มันยังเอาไปได้***

ตามธรรมเนียมแล้ว นักท่องเที่ยวที่มาชมน้ำพุเทรวี่แห่งนี้ ควรจะโยนเหรียญ 1 เหรียญลงไปในสระ โดยมีความเชื่อกันว่า หากโยนเหรียญลงไปแล้ว จะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้งนึง
หลังจากเที่ยวที่น้ำพุนี้แล้ว ให้ท่านเดิน ไปตามถนนมุมด้านขวามือ มือเรามองเข้าหาน้ำพุ ต่อไปยังย่านบันไดสเปน และช้อปปิงค์ ในถนนแบรนด์เนม เริ่มจากบันไดสเปน นั่นแหละ

3.The Spanish Step (Scalinata di Spagna - บันไดสเปน)

ย่านบันไดสเปน แหล่งชุมนุนของคนหนุ่มสาว ที่เที่ยวในกรุงโรมบันไดสเปนแห่งนี้ ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี ชื่อ Francesco de Sanctis เริ่ม  สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1723 และแล้วเสร็จในปี 1725 สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งชุมชมกันของหนุ่มสาว ผู้คนชอบที่จะมานั่งเรียงรายบนบันไดแห่งนี้  และที่แห่งนี้ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงมาก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสินค้าแบรนด์เนมทั้งหลาย หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่รักการช้อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ




 

ที่สำคัญโปรดระวังกระเป๋าเงินและสิ่งของมีค่าด้วย เพราะที่แห่งนี้เป็นแหล่งชุกชุมของมิจฉาชีพ มากอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

 

4.The Mouth of Truth (Bocca Della Verita)

  The Mount of Truth ที่เที่ยว กรุงโรม ห้ามพลาดMouth of Truth นี้เป็นแผ่นหินอ่อน ที่มีรูปร่างลักษณะละม้ายคล้ายหน้าคน แขวนไว้อยู่บริเวณทางเข้าของโบสท์ซานตา มาเรีย หินสลัก Mouth of Truth นี้ เคยถูกใช้ให้เป็นเครื่องตัดสินว่าใครพูดโกหกหรือไม่ สมัยนั้นผู้คนเชื่อกันว่า คนพูดปดหรือโกหกปลิ้นปล้น หากวางมือลงที่ปากของ Bocca Della Verita (ปากของหินสลัก)แล้ว มือจะขาดทันที










5.The Roman Forum โรมันฟอรั่ม

    โรมัน ฟอรั่ม ที่เที่ยว กรุงโรม สถานที่แห่งนี้ ในอดีตเป็นศูนย์กลางย่านการค้า การเมือง และศาสนาของกรุงโรมโบราณ ถูกสร้างมาแล้วไม่ต่ำกว่า 900 ปี ในอดีตอาคารหรือโบสท์ต่างๆ ถูกสร้างเรียงต่อกันอย่างน่าทึ่ง และเป็นที่ชุมนุมกัน เพื่อฟังเรื่องซุบซิบนินทา และพบปะสังสรรค์กัน นักการเมืองก็ตามมาเจอกันเพื่อถกเถียงเรื่องบ้านเมือง เมื่อยุคจักรวรรดิแห่งโรมเสื่อมลง สถานที่แห่งนี้ ก็ไม่ได้รับการซ่อมแซม และถูกปล่อยให้อาคารต่างๆ แตกหักและพังลงมา พลาดไม่ได้ที่ต้องแวะชม ก็คือ ซุ้มประตู เซปติมุส เซเวอรัส (the Arch of Septimus Severus), โบสท์แซทเทิร์น (Temple of Saturn), บ้านแห่งเวสทอล (House of the Vestals), โบสท์แอนโนนินุสและฟอสตินา (Temple of Antoninus & Faustina) และซุ้มประตูแห่งติตุส (the Arch of Titus)




 

6.วิหารแพนทีออน (Pantheon)

 วิหารแพนทีออน Pantheon ที่น่าเที่ยว ใน อิตาลี     สร้างขึ้นเมื่อ 27 ปีก่อนคริสตกาลโดย Marcus Agrippa สำหรับ The Pantheon ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในปัจจุบันนั้น ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่เมื่อช่วงต้นศตวรรษที่ 2 นอกจากสภาพที่ยังคงไม่ผุพังไปตามกาลเวลาแล้ว สิ่งที่น่าทึ่งอีกอย่างก็คือ การออกแบบอาคารให้มีความกว้าง 142 ฟุต และสูง 142 ฟุตเช่นกัน ประตูทางเข้าโลหะสีทองบรอนซ์ที่มีน้ำหนักถึง 20 ตัน และจุดเด่นที่น่าสนใจอีกอย่างคือ การออกแบบโดมด้านบนของอาคารทำได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งไมเคิลแองเจลโล่เอง ก็ยังทำการศึกษาสถาปัตยกรรมของโดมแห่งนี้ ก่อนที่เขาจะออกแบบหลังคาโดมของโบสท์ St. Peter's แห่งนครวาติกัน






 

7.Monument of Vittorio Emanuele

อนุสาวรีย์กษัตริย์วิคเตอร์ เอมมานูเอล ที่ 2 Monument of Vittorio Emanuele เป็นอนุสาวรีย์ที่กษัตริย์ Victor Emmanuel II สร้างขึ้นเป็นสัญญลักษณ์แห่งการรวมประเทศอิตาลีให้เป็นหนึ่งเดียวจากการรวมแว่นแคว้นต่างๆเข้าด้วยกัน ถือว่าพระองค์เป็นกษัตริย์องค์แรกของประเทศอิตาลี












 

8.มหาวิหารซานตามาเรียมายอเร

  มหาวิหารซานตามาเรีย กรุงโรม ที่เที่ยวแนะนำ   มหาวิหารซานตามาเรียมายอเร หรือที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า St Mary Major ชื่อ  อื่นๆ ที่เป็นที่รู้จักกันในภาษาอิตาลีคือ “Basilica di Santa Maria della Neve” (ภาษาอังกฤษ: Our Lady of the Snows) หรือ “Basilica Liberiana” (ภาษาอังกฤษ: Liberian Basilica)
     มหาวิหารซานตามาเรียมายอเรเป็นมหาวิหารนิกายโรมันคาทอลิกของกรุงโรม เป็นหนึ่งในสี่ของมหาวิหารเอก หรือมหาวิหารของพระสันตะปาปา ซึ่งพร้อมกับมหาวิหารเซนต์ลอเรนซ์นอกกำแพง (St. Lawrence outside the Walls) รวมเป็นห้ามหาวิหารที่เรียกว่า “มหาวิหารพระสันตะปาปา”(Patriarchal basilicas) แห่งโรมซึ่งเกี่ยวกับสังฆมณฑล 5 สังฆมณฑลโบราณของอาณาจักรคริสต์ศาสนา มหาวิหารพระสันตะปาปาอีกสามแห่งคือ มหาวิหารเซนต์จอห์นแลเตอร์รัน มหาวิหารเซนต์พอลนอกกำแพง และ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์
     มหาวิหารซานตามาเรียมายอเรเป็นมหาวิหารที่ดั้งเดิมที่สุด (titulus) ของโรมที่เป็นที่ชุมนุมของคริสต์ศาสนิกชนในสมัยคริสเตียนยุคแรก และเป็นมหาวิหารแห่งเดียวในโรมที่ยังทรงลักษณะสถาปัตยกรรมที่สร้างไว้แต่ดั้งเดิมถึงแม้ว่าจะได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวเมื่อปีค.ศ. 1348 และมีการบูรณะปฏิสังขรณ์หลายครั้งก็ตาม
     หลังจากที่สำนักพระสันตะปาปาย้ายกลับมาจากสำนักชั่วคราวที่อาวินยอง (Avignon) ในประเทศฝรั่งเศส มหาวิหารซานตามาเรียมายอเรก็ใช้เป็นที่พำนักชั่วคราวของพระสันตะปาปาเพราะที่เป็นที่พักทางการที่มหาวิหารเซนต์จอห์นแลเตอร์รันอยู่ในสภาพที่เสื่อมโทรมมาก ต่อมาที่พำนักถาวรก็ย้ายไปอยู่ที่วังวาติกันซึ่งปัจจุบันคือนครรัฐวาติกัน