รวม 15 สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโตเกียว ที่ใครๆก็ไป และห้ามพลาด

เขียนโดย:มนัส รักจ้อย โพสเมื่อ: 7/4/2017 4:13:57 PM  49863


เราขอแนะนำ รวม 15  สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโตเกียว ใครที่ไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่เนื้อหอมที่สุด ณ ชั่วโมงนี้สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย กรุงโตเกียว เป้าหมายแรก ที่ใครก็ตต้องเริ่มต้นทำความรู้จัก และพุ่งเป้าเป็นจุดหมายปลายทางแรก ด้วยกรุงโตเกียว มีสนามบินรองรับนักเดินทาง ทั้ง 2 สนามบิน โดยเฉพาะสนามบินนาริตะ นั้นเป็นสนามบิน ที่มีจราจรของเที่ยวบินจากทั่วโลกที่พลุกพล่านที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และยังมีสนามบินอันดับรอง คือสนามบิน ฮานิดะ ซึ่งเดิม เป็นสนามบิน อันเก่าแก่ ซึ่งอยู่ไม่ไกล จากตัวเมืองกรุงโตเกียวมากนัก หลังจากความหนาแน่นของนักเดินทางเข้าออก สนามบินแห่งนี้จึงไม่สามารถรองรับได้ และด้วยที่เป็นสนามบินที่ไม่สามารถขยายได้ไปมากกว่านี้แล้ว สนามบินนาริตะ จึงเป็นสนามบินที่เปิดขึ้นมารองรับได้มีประสิทธิภาพในปัจจุบัน เอาละเรามาดูกันว่า

รวม 15 สถานที่ท่องเที่ยว ใน โตเกียว ถือเป็นที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เรามาจัดอันดับกันให้เห็นดังนี้

1. วัดอาสะกุสะ (Asakusa Kannon Temple) หรือวัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple)

เที่ยว โตเกียว วัดอาสะกุสะวัดอาสะกุสะ หรือที่นิยมเรียกกันว่า วัดเซ็นโซจิ เป็นวัดซึ่งตั้งอยู่ในเขตอาสะกุสะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโตเกียว และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องรวมเอาไว้ในโปรแกรมเลยที่เดียว ชาวญี่ปุ่น หรือนักท่องเที่ยวชาวพุทธ มักมากราบไว้สักการะ จุดธูปกวักควันเข้าหาตัว และก็ยอดเหรียบ หรือโยนเหรียญทำบุญกัน บริเวณรอบๆ วัด จะเต็มไปด้วยร้านค้าในบรรยากาศสมัยเก่า ซึ่งขายทั้งของกินและ ของที่ระลึก เป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึก สินค้าพื้นเมือง เช่น ชุดยูกะตะ โคมไฟแดงขนาดจิ๋ว พวงกุญแจ พัดจิ๋ว ตุ๊กตาจิ๋ว ตะเกียบ และบริเวณในบริเวณ ถนนนากามิเซะ โดริ (Nakamise Dori) จะมีร้านขนมอร่อยๆมากมาย รวมไปถึงร้านของที่ระลึกน่ารักๆ เช่นกัน การเดินทางสามารถมาได้โดยง่ายด้วยรถไฟใต้ดินสายกินซ่า (Ginza line) จากสถานีอุเอโนะ (Ueno)

เทศกาล ทุกๆ วันที่ 3 พฤศจิกายนของทุกปีจะมีเทศกาลเฉลิมฉลองความเป็นมาของเมือง งานโตเกียว จิได มัทซึริ (Tokyo Jidai Matsuri) นอกจากนั้นในเดือนธันวาคมก็เป็นที่จัดงานแฟร์ประจำปี งานฮาโกอิตะ (Hakoita Fair) และในช่วงก่อนเข้าฤดูใบไม้ผลิ ก็จะมีเทศกาลเซ็ทซึบัน (Setsubun) ซึ่งจะจัดที่วัดต่างๆ รอบประเทศรวมถึงที่วัดแห่งนี้ด้วย

2. พระราชวังอิมพีเรียล (Tokyo Imperial Palace)

สถานที่ท่องเที่ยว โตเกียว พระราชวังอิมพีเรียลพระราชวังเก่า ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดิมมีชื่อว่า พระราชวังเอะโดะ เป็นสถานที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เมจิ แห่งประเทศญี่ปุ่น ในเขตพระราชวังแห่งนี้มีจุดแวะถ่ายรูปยอดนิยม คือ สะพานแว่นตานิจูบาชิ (Nijubashi Bridge) และในบริเวณถัดมาไม่ไกลก็เป็นที่ตั้งของสวนตะวันออกแห่งพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial East Garden) ซึ่งถือเป็นจุดชมซากุระบานยอดนิยมแห่งหนึ่งของเมือง เดินทางมาได้โดยรถไฟสายชิโยดะ (Tokyo Metro Chiyoda Line) ลงที่สถานี นิจูบาชิเมะ (Nijubashimae)
ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด: เดือนมีนาคม-ตุลาคม 9:00-16:30
เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ 9:00-16:00
เข้าชมก่อนเวลาปิด 30 นาที
การเดินทาง: Tokyo Metro Marunouchi Line- Tokyo Station

3.สวนสาธารณะอุเอะโนะ (Ueno Park)

ชมดอกซากุระ ที่ สวนอุเอะโนะเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองโตเกียว นอกจากนี้ภายในสวนสาธารณะยังมีวัดคันเอจิ (Kaneiji Temple) ซึ่งเคยเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ และในบริเวณสวนยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกรุงโตเกียว (Tokyo National Museum) พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตก (National Museum for Western Art) พิพิธภัณฑ์ศิลปะมหานครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Art Museum) พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Museum) สวนสัตว์อุเอโนะ (Ueno Zoo) และยังเป็นจุดชมซากุระบานยอดนิยมของเมืองอีกด้วย

เทศกาล ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเข้าฤดูร้อนที่ดอกซากุระบาน จะมีงานชมซากุระที่นี่

4.ชิบูย่า (Shibuya)

ชิบูย่า แหล่งที่เที่ยว โตเกียวชิบูย่าหรือชิบูยะ เป็นแหล่งช้อปปิ้งขึ้นชื่อ ถนนของชิบูย่าเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรมและแฟชั่นของวัยรุ่นในประเทศญี่ปุ่น และเป็นแหล่งกำเนิดของเทรนด์การแต่งตัวต่าง ๆ มากมายและยังเป็นจุดนัดพบยอดฮิต ชินจูกุ (Shinjuku) และฮาราจูกุ (Harajuku) ก็ถือว่าอยู่ในเขตนี้เช่นกัน การเดินทางก็มาได้ง่ายโดยนั่งรถไฟสายยามาโนเตะ (Yamanote) มาลงสถานีชิบูย่า หรือจะใช้รถไฟรอบเมืองสายยามาดะ เซ็น (Yamada sen) ก็ได้ เมื่อเดินออกมาแล้วก็จะเจอรูปปั้นสุนัขผู้ซื่อสัตย์ฮาจิโกะ (Hachiko) ที่ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของชิบูย่าตั้งอยู่ตรงสี่แยกที่อยู่ทางออกของสถานีรถไฟ

5.ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market)

ตลาดปลาสึกิชิศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนปลาและสัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโตเกียวและยังถือเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในแต่ละวันจะมีการซื้อขายปลาและสัตว์น้ำมากกว่า 2000 ตัน ตลาดจะเปิดตั้งแต่ตี 5 ถึงบ่าย 2 โมง หากอยากจะมาชมการประมูลปลาทูน่า จะต้องมาระหว่าง 05.25-6.15 น. และมาต่อคิวแต่เนิ่นๆ เพราะทางตลาดจะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้แค่ 120 คนต่อวันเท่านั้น นอกจากจะขายปลาและอาหารทะเลเป็นหลักแล้ว ก็ยังขายผัก ผลไม้อีกด้วย ส่วนคนที่รักอาหารทะเลและซูชิก็ไม่น่าพลาด เพราะในละแวกตลากปลาซึกิจิ ก็มีร้านอาหารทะเลและร้านซูชิที่รับประกันความสด อร่อย และราคาย่อมเยาอยู่มากมาย การเดินทางก็มาได้โดยง่ายจากสถานีชินจูกุ โดยรถไฟใต้ดินสายสีม่วง สายโทเออิ โออิโด (Toei Oedo Line)
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี
เวลาเปิด-ปิด: 5:00 - 14:00 น.
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน
การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน: เดิน 3 นาที จาก Tsukiji Shijo Station [Oedo Subway Line]
รถไฟใต้ดิน: เดิน 5 นาที จาก Tsukiji Station [Hibiya Subway Line]
รถไฟ: เดิน 15 นาที จาก Shimbashi JR Station

6.ฮาราจุกู (Harajuku)

ฮาราจุกู ที่เที่ยว โตเกียวแหล่งแฟชั่นหลุดโลกของชาวญี่ปุ่นวัยกระเตาะ ที่มักนัดกันแต่งตัวมาเดินโชว์เฉิดฉายกันในย่านนี้ ฮาราจูกุตั้งอยู่ระหว่างชิบูย่าและชินจูกุ เป็นจุดนับพบหลักและย่านวัยรุ่นของเมืองคล้ายๆ กับสยามสแควร์บ้านเรา ซึ่งก็แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นเป็นแหล่งร้านค้า ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านขนม และร้านอาหารมากมาย ถนนย่อยๆ สุดฮิตในแถบนี้ก็มีอยู่หลายเส้น เช่น ถนนทาเคชิตะ (Takeshita Dori) ที่ขึ้นว่าเป็นถนนสายเครปแสนอร่อย และถนนโอโมโตะซานโด (Omotosando) แหล่งสินค้าแบรนด์เนมเลื่องชื่อ นอกจากนั้นในบริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine) อีกด้วย

เทศกาล ในช่วงเดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม จะมีเทศกาลฤดูใบไม้ผลิที่ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine Spring Festival)

7.ชินจูกุ (Shinjuku)

ย่านชินจุกุ แหล่งช้อปปิ้งค์ โตเกียวเป็นแหล่งรวมความบันเทิง แหล่งธุรกิจ และห้างสรรพสินค้ามากมาย เช่น ห้างโอดาเกียว (Odakyu) ห้างทาคาชิยามะ (Takashimaya) ห้างอิเซตัน (Isetan) ห้างเคอิโอ (Keio) ห้างมายลอร์ด (Mylord) และศูนย์เครื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ยามาดะ เด็นกิ (Yamada Denki) เป็นต้น นอกจากนั้นชินจูกุยังเป็นที่ตั้งของอาคารว่าการเมือง มีสถานีชินจูกุ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานีรถไฟที่มีความวุ่นวายที่สุดในโลก และมีที่เที่ยวน่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น โรงละครแห่งชาติโตเกียว สวนสาธารณะชินจูกุ เกียวเอ็น (Shinjuku Gyoen) ตรอกร้านอาหารโอโมยิเดะ (Omoide Yokocho) ศาลเจ้าฮะนะโซะโนะ แหล่งร้านกินดื่มศูนย์รวมนักคิดโกลเด้นทาวน์ (Golden Gai) และแหล่งร้านเกาหลี (Shin-Okubo Koreatown)

8.หอคอยโตเกียว (Tokyo Tower)

Tokyo Towerหอคอยสูง 333 เมตร ที่เลียนแบบมาจากหอไอเฟล (Eiffel Tower) ในปารีส (Paris) แต่สูงกว่าและเบากว่า เป็นหอคอยการสื่อสารของสถานีวิทยุและโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังเป็นจุดชมวิวยอดนิยมและยังถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอีกอย่างของเมือง หอคอยแห่งนี้เปิดให้ทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501 มีจุดชมวิวที่ความสูง 2 ระดับ คือ จุดชมวิว 150 เมตร และจุดชมวิว 250 เมตร ในบริเวณชั้นที่ 1 มีส่วนของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ โอเชี่ยนเวิลด์ (Ocean World) ชั้นที่ 3 เป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ชั้นที่ 4 เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ (Art Gallery) และมีร้านค้า ร้านอาหารให้บริการอยู่บนหอคอยแห่งนี้ด้วย
ค่าเข้าชม: Main observatory: 900 เยน
Special observatory: 1600 เยน
เวลาเปิด-ปิด: Main observatory: 9:00 - 22:00 น.
Special observatory: 9:00 - 21:30 น.
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน
การเดินทาง: เดิน 10 นาที จาก Akabanebashi Station

9.โตเกียวดิสนีย์แลนด์(Tokyo Disneyland) และโตเกียวดีสนีย์ซี(Tokyo Disney Sea)

โตเกียวดีสนีย์แลนด์เป็นสวนสนุกที่สร้างขึ้นโดยบริษัทผลิตภาพยนตร์การ์ตูนวอลท์ดิสนีย์ เปิดให้บริการในปี 1983 ซึ่งเป็นสวนสนุกดิสนีย์แลนด์แห่งแรกที่สร้างขึ้นนอกประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยธีมหลัก 7 ธีม โดยตกแต่งตามฤดูกาล และมีการเดินขบวนพาเหรดที่สนุกสนาน
ค่าเข้าชม: 6,400 เยน
รายละเอียดตั๋วโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท
เวลาเปิด-ปิด: 9:00-22:00
วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ 8:00-22:00
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน
การเดินทาง: จากสถานี JR Maihama Station เดินไปประมาณ 5 นาที
จากสถานี Tokyo Disneyland Station เดินไปเพียงไม่กี่ก้าว

10. ศาลเจ้าเมจิ(Meiji Jingu)

ศาลเจ้า เมจิ โตเกียวเป็นวัดของศาสนาชินโต สำหรับสักการะวิญญาณของจักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีโชเคน
วิธีการสักการะ: ที่ประตูโทริอิ ให้โค้งคำนับทั้งขาเข้าและขาออก 1 ครั้ง
ที่บ่อน้ำเทมิซุยะ ใช้กระบวยตักน้ำล้างมือซ้ายก่อนตามด้วยมือขวา แล้วล้างปากด้วยมือซ้าย ล้างมือซ้ายอีกครั้ง ก่อนจะล้างกระบวย(เทน้ำที่เหลือให้ไหลลงมาตรงด้ามจับ)
ที่อาคารศาลเจ้า โค้งคำนับ 2 ครั้ง ปรบมือ 2 ครั้ง อธิษฐานขอพรแล้วโค้งคำนับอีกครั้งหนึ่ง
เวลาเปิด-ปิด: 6:30 - 16:30 น. (ฤดูร้อน ปิด 18:00 น. )
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน
การเดินทาง: Tokyo Metro Chiyoda Line- Meiji jingu Mae Station
Tokyo Metro Fukutoshin Line- Meiji Mae Station

11. โอไดบะ (Odaiba)

โอไดบะ ที่เที่ยว โตเกียวเป็นเมืองที่เกิดจากการถมทะเลโดยขยะเพื่อสร้างแผ่นดินขึ้นมาเป็นเกาะบริเวณอ่าวโตเกียวเมื่อปี ค.ศ. 1853 ปัจจุบันเป็นเขตธุรกิจสำคัญ และเป็นแหล่งที่เพียบพร้อมไปด้วยสถานบันเทิงนำสมัย แหล่งแฟชั่น สวนสนุกขนาดใหญ่ และย่านกินดื่มยามค่ำคืน โอไดบะเชื่อมกับกรุงโตเกียวด้วยสะพานแขวน 2 ชั้น สะพานสายรุ้ง เรนโบว์ บริดจ์ (Rainbow Bridge) โดยสะพานแห่งนี้ในช่วงกลางคืนจะมีการเปิดไฟสวยงามจนถือเป็นสัญลักษณ์หลักของโอไดบะ ยิ่งไปกว่านั้น ใกล้กับเขตสะพานยังมีรูปปั้นเทพีเสรีภาพจำลองเหมือนที่ประเทศอเมริกาอีกต่างหาก นอกจากนี้โอไดบะก็ยังเป็นที่ตั้งของชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก (115 เมตร) เมืองจำลองยุโรปในศตวรรษที่ 18 ร้านค้ามากมาย
การเดินทางไปก็สะดวกสบายด้วยรถไฟสายยูริคาโมะเมะ (Yurikamome line) จากสถานีชิมบาชิ (Shimbashi)

12. คะบุกิโช

คะบุกิโช แหล่งบันเทิงราตรี ใน โตเกียวคะบุกิโช (ญี่ปุ่น: 歌舞伎町 Kabukichō ?) เป็นย่านบันเทิงกลางคืนในเขตชินจูกุ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่ตั้งของบาร์ โรงแรม ร้านค้า ภัตตาคาร โซปแลนด์ และไนต์คลับจำนวนมาก มักถูกขนานนามว่า "เมืองที่ไม่เคยหลับใหล" ชื่อของย่านนี้มีที่มาจากแผนการก่อสร้างโรงละครคาบุกิเมื่อปลายทศวรรษที่ 1940 แม้ว่าโรงละครจะไม่ได้ถูกสร้าง แต่ชื่อก็ยังคงอยู่จนทุกวันนี้
ย่านนี้มีโรงภาพยนตร์อยู่มากมาย และเนื่องจากอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟชินจูกุ เซบุชินจูกุ และสถานีรถไฟอื่นๆอีกมากมายทั้งสายหลักและสายใต้ดิน ตั๋วรถไฟที่ใช้เดินทางมายังย่านนี้จึงมักจะจำหน่ายได้หมด
ภัตตาคารที่ดีที่สุดในโตเกียวบางร้านก็ตั้งอยู่ย่าน คะบุกิโช นี้ และที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานบริหารเขตชินจูกุอีกด้วย

13. ย่านกินซ่า(Ginza)

กินซ่า ย่านหรูหรา โตเกียวย่านกินซ่า เป็นย่านยอดฮิตสำหรับการช้อปปิ้งและกินดื่มของคนโตเกียว บริเวณนี้จะมีห้างสรรพสินค้ามากมาย ร้านค้าเก๋ๆ ร้านอาหาร ผับ บาร์ และคาเฟ่น่านั่งเยอะมาก ย่านกินซ่าเป็นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในที่ดินราคาแพงที่สุดในญี่ปุ่นก็ว่าได้ ร้านค้าส่วนใหญ่ในย่านนี้เปิดทุกวัน แต่เสาร์อาทิตย์คนค่อนข้างพลุกพล่านในถนนชุโอ-โดริ (Chuo Dori) มีการปิดถนนเส้นนี้ให้เป็นถนนคนเดินในช่วงเวลา 12.00-17.00 น. ของทุกวันเสาร์อาทิตย์ (เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนปิดถนนถึงเวลา 18.00 น.)
การเดินทาง: Tokyo Metro Marunouchi/Ginza/Hibiya Line- Ginza Station

14.ถนนนากามิเซะ(Nakamise Street)

ถนนนากามิเซะ ของฝากที่ท่านจะหาได้ไม่ยาก และมีให้ท่านเลือกซื้อได้อย่างเพลิดเพลิน บนถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ ยาวประมาณ 200 เมตร เป็นเส้นหลักที่จะเดินไปยังวัดเซนโซจิ ตามทางจะมาของขายมากมายโดยจะเฉพาะของที่ระลึกต่างๆ เช่น ชุดยูกาตะ, ร่มพับ, ขนมขบเคี้ยวหลากหลายชนิด เป็นถนนเส้นที่คึกคักเกือบตลอดเวลา บางร้านที่ขายของกินที่มีชื่อ ในโลกโซเชี่ยลแชร์กันไปทั่วโลก ก็จะมีการได้มาสัมผัส แม้การยืนรอคิวที่ยาวๆ ก็ไม่มีการเบื่อกันเลยละ

15. แหล่งเครื่องใช้ไฟฟ้าอากิฮาบาระ(Akihabara Electric Town)

Akihabara Electric Townตั้งอยู่ใจกลางโตเกียว มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า และเป็นแหล่งของโอตาคุ (otaku) ที่โด่งดังในญี่ปุ่น โดยร้านโอตาคุเหล่านี้จะมีกระจายอยู่ทั่วไปตามร้านขายเครื่องไฟฟ้าต่างๆ ถนนเส้นหลักของย่านนี้นั่นก็คือ ชุโอะ โดริ (Chuo Dori) เรียงรายไปด้วยร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากว่า 100 ร้าน มีทั้งร้านเล็กๆที่ขายของเฉพาะทางไปจนถึงร้านขนาดใหญ่ แต่จะปิดการจราจรและเปลี่ยนเป็นถนนคนเดินทุกวันอาทิตย์ประมาณ 13.00 – 18.00 น. ยกเว้นเดือนตุลาคมถึงมีนาคมจะปิดถนนถึงประมาณ 17.00 น.นอกจากนี้ยังมีร้านกล้องขนาดใหญ่ที่เป็นที่นิยมของคนทั่วไป Yodobashi Camera ร้านนี้ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของสถานี
การเดินทาง: Tokyo Metro Hibiya Line- Akihabara Station

หาที่พักโรงแรมใน โตเกียว