เที่ยวพระธาตุอินทร์แขวน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 ของประเทศพม่า ต้องไปให้ได้

เขียนโดย:มนัส รักจ้อย โพสเมื่อ: 7/18/2017 2:07:39 PM  1036


ข้อมูลเที่ยว พระธาตุอินทร์แขวน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 ของชาวพม่าที่นับถือสูงสุด ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว และที่ปฏิบัติธรรม ศิลสมาธิ ของพุทธสนิกชน ที่มีเจดีย์ที่ตั้งอยู่บนหน้าผา บนยอดเขาสูง ที่หมิ่นเม่จะหลุดล่วงลงมาอย่างหน้าอัศจรรย์ การเดินทางเพื่อไปนมัสการณ์ที่นี่ค่อนข้างลำบาก ในอดีตนั้นชาวบ้านต้องเดินเท้าเพื่อไปนมัสการด้วยความอุตสาหะวิริยะ ต้องฝ่าดงขุนเขา สัตว์ป่าดุร้าย แต่ปัจจุบันมีการสร้างทางเพื่อเดินทางไปได้ง่ายขึ้น โดยมีบริการของการท่องเที่ยวท่องถิ่น ของเมืองไจ๊ปุ่น จะมีบริการรถบรรทุก 6-8 ล้อ ให้นักท่องเที่ยวนั่งตอนท้าย พร้อมสัมภาระกระเป๋าเดินทาง เพื่อขึ้นไปพักค้างแรม ที่โรงแรมด้านบน รถบรรทุกจะนำนักท่องเที่ยวขึ้นไปส่งด้านบนใกล้ๆ องค์พระธาตุ แล้วเดินเท้าต่อไปเข้าที่พักซึ่งตั้งอยู่เรียงรายบนยอดเขา มองเห็นวิวธรรมชาติสวยงาม
ในสมัยก่อนหน้านี้ไม่กี่ปีขบวนรถบรรทุก จะนำส่งนักท่องเที่ยวในจุดจอด ซึ่งอยู่ด้านล่างห่างจากองค์พระธาตุประมาณ 3-4 กิโล นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าขึ้นไป และมีบริการนั่งเสลียงพาขึ้นไป และมีลูกหาบขนสัมภาระให้ ซึ่งก็เป็นการกระจายรายได้ให้กับชาวบ้านในระแวกนั้น ปัจจุบันนี้ทางการ เห็นว่านักท่องเที่ยวไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร จึงสร้างลานจอดรถ ด้านบนยอดเขาเพิ่มเติม จึงทำให้รถบรรทุกสามารถนำพาคณะนักท่องเที่ยวไปถึงได้ไวขึ้น

(การขับรถของคนขับท้องถิ่น มีความชำนาญเป็นอย่างยิ่ง และมีการจัดระบบการจราจร รถสวนขึ้น และลงได้อย่างชำนาญ)

 

พระธาตุอินทร์แขวน หรือพระธาตุไจทีโย ที่เที่ยวนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์

พระธาตุอินทร์แขวน พม่าพระธาตุไจทีโย หรือ พระธาตุอินทร์แขวน เป็นสถาณที่จาริกแสวงบุญของชาวพุทธ ตั้งอยู่ในเขต รัฐมอญ ประเทศพม่า เป็นพระเจดีย์ขนาดเล็ก (7.3 เมตร (24 ฟุต)) สร้างขึ้นบนก้อนหินแกรนิตที่ปิดด้วยทองคำเปลวโดยผู้ที่นับถือศรัทธา
เชื่อว่าพระธาตุไจทีโยเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ตั้งอยู่บริเวณหน้าผาสูงชันบนยอดเขาไจทีโยอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมา ตามตำนานระบุว่าฤๅษีติสสะเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้าและนำมาไว้ในมวยผม ตั้งใจจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของฤๅษี ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์) จึงช่วยเสาะหาก้อนหินดังกล่าวจากใต้ท้องมหาสมุทรและนำมาวางไว้บนภูเขา พระธาตุไจทีโยนับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของชาวพม่า
ปัจจุบันผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านในบริเวณพระธาตุ ซึ่งดูแลโดยพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งเฝ้าประตูรั้วรอบขอบชิด ผู้หญิงสามารถเข้าออกได้ที่ระเบียงด้านนอกและลานด้านล่างของก้อนหิน

ในภาษามอญคำว่า 'kyaik', 'ไจท์'  หมายถึง "พระเจดีย์" และ 'yo', 'โย' หมายถึง "ทูนไว้ข้างบน". คำว่า 'ithi', 'อิทิ' ( ในภาษามอญ (จาก ภาษาบาลี , risi, ริสิ) หมายถึง "ฤๅษี" ดังนั้น 'Kyaik-htiyo', 'ไจทีโย' หมายถึง "พระเจดีย์บนศีรษะฤๅษี".

ตำนานพระธาตอินทร์แขวน

ตำนานที่เกี่ยวข้องกับเจดีย์กล่าวว่า ฤๅษีติสสะได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้า และมัดซ่อนไว้ในจุกผมเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางกลับเพื่อถวายกษัตริย์ ด้วยความปรารถนาที่จะประดิษฐานพระเกศาไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างเหมือนศีรษะของฤๅษี กษัตริย์มีพระมารดาเป็นธิดาของพญานาค พบหินที่ด้านล่างของทะเล และได้รับความช่วยเหลือจาก พระอินทร์ ในการหาสถานที่วางหินเพื่อสร้างพระเจดีย์ เรือที่ใช้ในการขนส่งก้อนหินกลายเป็นหิน และเป็นที่เคารพบูชาโดยผู้จาริกแสวงบุญ โดยอยู่ห่างจากพระธาตุไจทีโยประมาณ 300 เมตร (980 ฟุต) รู้จักกันในชื่อ พระเจดีย์เจาก์ทันบัน (Kyaukthanban Pagoda) หมายถึง พระเจดีย์เรือหิน
ตำนานอีกตำนานกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาล ฤๅษีติสสะเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้า เมื่อครั้นได้มาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศาต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ ส่วนฤๅษีติสสะกลับนำไปซ่อนไว้ในมวยผม เมื่อเวลาล่วงเลยถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องละสังขารเต็มที เขาตั้งใจไว้ว่าจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของเขา พระอินทร์จึงช่วยเสาะหาก้อนหินดังกล่าวจากใต้ท้องมหาสมุทรและนำมาวางไว้บนภูเขาหิน บางตำนานก็เล่าว่า มีฤๅษีองค์หนึ่งซ่อนพระเกศาที่ได้รับมาจากพระพุทธเจ้าเมื่อครั้นมาโปรดสัตว์ในถ้ำไว้ในมวยผมมาเป็นเวลานาน เมื่อใกล้ถึงวาระที่จะต้องละสังขารจึงตัดสินใจมอบพระเกศาให้กับพระเจ้าติสสะ กษัตริย์ผู้ครองนครแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรของลูกศิษย์ที่นำมาฝากให้ฤๅษีช่วยเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก แต่ก่อนอื่นพระเจ้าติสสะต้องหาก้อนหินที่มีลักษณะคล้ายศีรษะของฤๅษี โดยมีพระอินทร์เป็นผู้ช่วยค้นหาจากใต้สมุทรนำมาวางไว้ที่หน้าผา[8][9]
ในความเชื่อ ผู้จาริกแสวงบุญโดยการเดินป่าจากฐานค่ายคินปุนมายังพระธาตุ สามครั้งติดต่อกันในหนึ่งปีจะมีความมั่งคั่งและได้รับคำสรรเสริญ

ภูมิศาสตร์
พระธาตุไจทีโยตั้งอยู่ที่เมืองไจโท ในรัฐมอญ ใกล้ชายฝั่งทางตอนเหนือของแนวเทือกเขาตะนาวศรี ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1,100 เมตร (3,609 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเลปานกลางบนยอดเขาไจทีโย (ยังเป็นที่รู้จักกันในนามเนินเขาเคลาซา หรือเทือกเขาโยมาตะวันออก) อยู่บนสันเขาพวงลวง ของเทือกเขาโยมาตะวันออก ห่างจากเมืองย่างกุ้งประมาณ 210 กิโลเมตร (130 ไมล์) หมู่บ้านคินปุน 16 กม. (10 ไมล์) ตั้งอยู่ที่ฐานของภูเขาไจทีโย เป็นเส้นทางเริ่มต้นในการเดินทางขึ้นไปพระธาตุไจทีโย ตลอดเส้นทางมีก้อนหินแกรนิตบนภูเขาหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในสภาพหมิ่นเหม่ สถานีสุดท้ายรู้จักในชื่อ ยาเตตอง เป็นจุดสุดท้ายสำหรับการจราจรยานพาหนะ จากนั้นผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวจะต้องขึ้นไปพระธาตุด้วยการเดินเท้าหรือขึ้นเสลี่ยง จากจุดหยุดรถยาเตตองขึ้นไปบริเวณพระธาตุ มีร้านค้าขนาดเล็กตามทางริมสองฝั่ง ด้านบนของภูเขามีรูปปั้นชินเตคล้ายสิงโตขนาดใหญ่สองตัวคอยเฝ้าประตูทางเข้าพระธาตุ เส้นทางถนนบนภูเขาสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2542 จากฐานที่หมู่บ้านคินปุนมายังพระธาตุมีระยะทางทั้งหมดประมาณ 11 กิโลเมตร (6.8 ไมล์) และเป็นส่วนหนึ่งของการจาริกแสวงบุญ นอกจากนี้ยังมีวัดและเจดีย์หลายแห่งที่เพิ่งสร้างขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ บนเนินเขาบริเวณใกล้เคียงกับพระธาตุไจทีโย ผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาโดยการเดินป่าตามเส้นทางการเดินเท้า
โครงสร้าง
ก้อนหินสีทองที่มีการสร้างพระเจดีย์ขนาดเล็กไว้ด้านบน มีความสูงประมาณ 25 ฟุต (7.6 เมตร) และมีเส้นรอบวง 50 ฟุต (15 เมตร) พระเจดีย์เหนือหินมีความสูงประมาณ 7.3 เมตร (24 ฟุต) ก้อนหินตั้งอยู่บนแท่นหินธรรมชาติที่ดูเหมือนเป็นฐานของพระธาตุ ตั้งอยู่บนระนาบที่เอียงและบริเวณที่สัมผัสมีขนาดเล็กมาก ก้อนหินและฐานหินเป็นอิสระจากกัน ก้อนหินสีทองมีส่วนที่ยื่นออกไปครึ่งหนึ่งของความยาว และตั้งอยู่ที่ปลายสุดของพื้นผิวที่ลาดเอียงของฐานหินที่ชันดิ่งลงไปในหุบเขาเบื้องล่าง มีรูปประดับกลีบบัวสีทองล้อมรอบฐานหิน ก้อนหินดูลักษณะเหมือนจะล้มลงมาทุกขณะ บันไดสู่พระธาตุมีอาคารซับซ้อนหลายรูปแบบเช่น ลาดดาดฟ้าชมวิว, เจดีย์ต่างๆ, วิหารประดิษฐานพระพุทธรูปและศาลนัต เป็นต้น อย่างไรก็ตามพระธาตุไจทีโยเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักสำหรับผู้แสวงบุญที่สวดมนต์และปิดทองบนพระธาตุด้วยความเคารพ ห่างออกไปเล็กน้อยมีฆ้องตั้งอยู่ บริเวณกลางลานเป็นเสาหงส์มีระฆังและรูปปั้นเทวดากับนัตทั้งสี่ทิศล้อมรอบเสา
ลานหลักใกล้กับพระธาตุมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและถวายเครื่องบูชาของผู้แสวงบุญ ที่อยู่ติดกับลานคือหมู่บ้านที่มีร้านอาหาร ร้านขายของกระจุกกระจิกและเกสต์เฮาส์ มีการทำระเบียงขึ้นใหม่ตามชั้นของเนินเขาซึ่งผู้เข้าชมสามารถมองเห็นวิวของพระธาตุ

ประเพณีการจาริกแสวงบุญ 

พระธาตุไจทีโย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเทศกาลจาริกแสวงบุญช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม บรรยากาศของความศรัทธาจะเห็นได้ทั่วบริเวณพระธาตุ ขณะที่พระธาตุส่องประกายระยิบระยับในเฉดสีที่แตกต่างจากรุ่งอรุณถึงค่ำ (เวลารุ่งอรุณและตอนพระอาทิตย์ตกดินเป็นเอกลักษณ์) การสวดมนต์ของผู้แสวงบุญจะดังขึ้นในบริเวณพระวิหาร แสงเทียนและการทำสมาธิถวายเป็นพุทธบูชามีต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ผู้ชายสามารถเข้าไปปิดทองบนองค์พระธาตุได้ อย่างไรก็ตามผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปยังองค์พระธาตุ ผู้แสวงบุญที่มายังพระธาตุไจทีโยมาจากทุกภูมิภาคของประเทศพม่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพียงไม่กี่คนก็แวะไปที่พระธาตุ แม้แต่ผู้พิการที่เคร่งศาสนาก็ขึ้นบันไดมายังพระธาตุด้วยไม้ค้ำ ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินขึ้นไปจะถูกยกขึ้นบนแคร่หามเพื่อพาไปยังพระธาตุ ช่วง จันทร์เพ็ญ ในเดือนตะบอง (Tabaung) ของปฏิทินพม่าแบบดั้งเดิมหรือตรงกับเดือนมีนาคม เป็นโอกาสพิเศษสำหรับผู้แสวงบุญที่มาเยี่ยมชมพระธาตุ ในวันนี้จะมีการจุดเทียนกว่าเก้าหมื่นชิ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ผู้ที่ไปเยี่ยมชมพระธาตุยังมีการถวายอาหารผลไม้และธูป

ปัจจุบันผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านในบริเวณพระธาตุ ซึ่งดูแลโดยพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งเฝ้าประตูรั้วรอบขอบชิด ผู้หญิงสามารถเข้าออกได้ที่ระเบียงด้านนอกและลานด้านล่างของก้อนหิน ความเชื่อเกิดขึ้นจากข้อปฏิบัติที่ผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อทางกายกับพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งพระธาตุเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนศีรษะพระภิกษุสงฆ์

ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย