สถานที่ท่องเที่ยว ที่สำคัญ ใน ย่างกุ้ง ประเทศพม่า ที่ยอดนิยม

เขียนโดย:มนัส รักจ้อย โพสเมื่อ: 7/18/2017 1:15:40 PM  11863


การเดินทาง เพื่อชมสถานที่ท่องเที่ยว ที่สำคัญ ใน กรุงย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง เมืองสำคัญ อดีตเมืองหลวงเก่า ที่เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป้นเมืองหน้าด่านที่ต้อนรับชาวต่างชาติ มีสนามบินที่ใหญ่ที่สุด สามารถเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกมายังที่พม่าได้อย่างสะดวก ถึงแม้ในอดีตพม่ายังไม่เปิดประเทศอย่างสมบรูณ์ นักเดินทางส่วนใหญ่ต้องเดินทาง เชื่อมโยงกับสนามบินประเทศไทย หรือในกลุ่มประเทศอาเซี่ยนเรา เช่น สิงคโปร์ หรือ มาเลเซีย แต่ปัจจุบันประเทศพม่าเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวเต็มตัว เพื่อมุ่งหวังผลประโยชน์รายได้จากการท่องเที่ยว และการลงทุนจากต่างชาติ ต้องบอกว่าตอนนี้เป็นประเทศที่เนื้อหอมที่สุดของ อาเซี่ยน ก็ว่าได้ ดังจะเห็นได้ว่า เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวไทย และหลายประเทศ เข้าสู่ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า

แต่อนุญาตให้การเดินทาง ทางอากาศเท่านั้นนะครับ ที่ไม่ต้องขอวีซ่า เพราะทางบก ซึ่งมีด่านพรมแดนจำนวนมาก ซึ่งยังไม่พร้อมในเรื่องการตรวจสอบ จึงยังไม่อนุญาต *** แต่ยังมีโอกาสขอบัตรผ่านแดนได้เฉพาะพื้นที่**

วันนี้เราขอแนะนที่เที่ยวในย่างกุ้ง ที่เป็นนิยมของนักท่องเที่ยวมาให้ท่านเป็นข้อมูลกันนะครับ


พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

เจดีย์ชเวดากอง ที่เที่ยว พม่าพระมหาเจดีย์ชเวดากอง เป็นมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่าอายุเก่าแก่กว่าสองพันห้าร้อยปี เพื่อเสริมบารมีในสถานที่ที่เปรียบเสมือนได้กับจิตวิญญาณของชาวย่างกุ้ง และชาวพม่าสถานที่แห่งนี้มี ลานอธิฐาน จุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบ รอบพระเจดีย์มีประดิษฐกรรมที่สวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ พระเจดีย์นี้ได้รับการบูรณะและต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาลองค์เจดีย์ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำทั้งหมดน้ำหนักยี่สิบสามตันภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวนแปดเส้นและเครื่องอัฐะบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้งสามพระองค์ บนยอดประดับด้วยเพชรพลอยและอัญมณีต่างๆ จำนวนมาก และยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอด บริเวณเจดีย์จะได้ชมความงามของวิหาร สี่ทิศ ซึ่งทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาท ซ้อนเป็นชั้นๆ งานศิลปะและสถาปัตยกรรมทุกชิ้นที่รวมกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเจดีย์ล้วนมีตำนานและภูมิหลังความเป็นมาทั้งสิ้นชมระฆังใบใหญ่ที่อังกฤษพยายามจะเอาไปแต่เกิดพลัดตกแม่น้ำย่างกุ้งเสียก่อนอังกฤษกู้เท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นภายหลังชาวพม่า ช่วยกันกู้ขึ้นมาแขวนไว้ที่เดิมได้ จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีซึ่งชาวพม่าถือว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ให้ตีระฆัง 3 ครั้งแล้วอธิษฐานขออะไรก็จะได้ดั่งต้องการ เป็นเจดีย์ที่มีความสวยงดงามและยิ่งใหญ่สมเป็นมหาเจดีย์ที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งจะมีทั้งผู้คนชาวพม่าและชาวต่างชาติมากมายพากันเดินทางมาเที่ยวชมและนมัสการทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ขาดสาย โดยค่าเข้าชมของชาวต่างชาตินั้น ราคาถึง 20 เหรียญสหรัฐ 

เจดีย์โบตาทาวน์

เจดีย์โบตาตอง ย่างกุ้ง พม่าซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่นำไปบรรจุในพระเจดีย์ชเวดากอง เมื่อพระเกศาธาตุได้ถูกอัญเชิญขึ้นจากเรือ ได้นำมาประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์โบตะตองแห่งนี้ก่อน พระเจดีย์แห่งนี้ได้ถูก ทำลายในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ โดยมีความแตกต่างกับ พระเจดีย์ทั่วไปคือ ออกแบบให้ใต้ฐานพระเจดีย์มีโครงสร้างโปร่งให้คนเดินเข้าไปภายในได้ โดยอัญเชิญพระบรมธาตุไว้ในผอบทองคำให้ผู้คนได้เข้ามากราบไหว้มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนผนังใต้ฐานเจดีย์ได้นำทองคำและของมีค่าต่างๆ ที่มีพุทธศาสนิกชนชาวพม่านำมาถวายแก่องค์พระเจดีย์ มาจัดแสดงไว้


พระเทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี

พระเทพทันใจ นัตโบโบยี ย่างกุ้ง “เทพทันใจ” ชื่อที่ชาวพม่ารู้จักคือ นัตโบโบยี  เป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าให้การสักการะและนับถือเป็นอย่างมาก รวมไปถึงคนไทยเองก็ยังให้ความเคารพและนับถือเช่นกัน

 ในประเทศพม่านั้นมี “เทพทันใจ” อยู่ด้วยกันถึง ๕ องค์ คือ องค์ที่ ๑ อยู่ที่พระธาตุอินแขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า บนยอดเขา Paung Laung องค์ที่ ๒ อยู่ที่เจดีย์สุเหล่ ใจกลางกรุงย่างกุ้ง องค์ที่ ๓ อยู่ที่เจดีย์กลางน้ำเยเลพญา เมืองสิเรียม เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำหงสาและแม่น้ำย่างกุ้ง องค์ที่ ๔ อยู่ที่เจดีย์ชเวดากอง ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง องค์ที่ ๕ อยู่ที่เจดีย์โบตาทาวน์ ชื่อ “ท่านนัตโบโบยี” ซึ่งนักท่องเที่ยวและชาวพม่านิยมไปกราบไหว้มากที่สุด
 การนับถือ “นัต” เป็นความเชื่อของคนพม่า นัตเป็นจิตวิญญาณของคนตายที่อยู่ระดับสูงกว่าผีและต่ำกว่าเทพ จึงไม่ใช่ทั้งผีและเทพ ส่วนใหญ่ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้สร้างคุณงามความดี หรือวีรกรรมที่น่าประทับใจเอาไว้ โดยมากนัตมีหน้าที่ปกปักรักษาเมืองหรือสถานที่สำคัญๆ เช่น เจดีย์ เป็นต้น ซึ่งแต่ละสถานที่จะมีนัตแตกต่างกัน
             คำว่า “โบโบยี” (โบโบจี) นั้นไม่ใช่ชื่อเฉพาะของนัตองค์ใดองค์หนึ่ง แต่ความหมายที่แท้จริงของคำว่า “โบโบยี” คือ นัตผู้ชายที่เป็นที่เคารพนับถือ ประมาณพ่อปู่ เจ้าพ่อหรือเทพาอารักษ์ของไทยเรานั้นเอง ด้วยเหตุนี้ทางพม่าจึงต้องมีชื่อสถานที่ที่นัตองค์นั้นๆ คุ้มครองอยู่ประกอบด้วยเสมอ เช่น ชเวดากองโบโบยี หรือโบตาทาวน์ โบโบยี เป็นต้น
             อีกนัยหนึ่ง นัตก็คือบุคคลหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทำความดี สร้างคุณประโยชน์มากให้แก่ประเทศชาติ มีคุณธรรม เมื่อตายไปแล้วก็มีคนอยากจะนำตัวของเขา นำประวัติของเขามาเป็นตัวแทนของความดี จึงได้สร้างรูปปั้นหรือศาลต่างๆ ให้
             ชาวพม่ามีคติความเชื่อว่า เทพทันใจ เป็นนัตที่ปกปักรักษาพระเกศธาตุในเจดีย์โบตาทาวน์ เป็น ๑ ในนัตหลวง ๓๗ ตน ที่ชาวพม่าให้ความเคารพนับถือมาก นัต (ออกเสียงตามสำเนียงพม่าว่า “น่ะต์”) เทพทันใจ เป็นนัตที่ชาวพม่าและชาวไทย นักการเมือง ศิลปิน ดารา นักธุรกิจ พ่อค้าวาณิช เศรษฐีพม่า เศรษฐีไทย ให้ความเคารพศรัทธาอย่างมากมาย เดินทางไปสักการะที่พม่าอย่างล้นหลาม
             ครั้งหนึ่งมีนักท่องเที่ยวไทยกลุ่มหนึ่งไปทัวร์ไหว้พระ ๙ วัดที่ประเทศพม่า และได้มีโอกาสไปสักการะ ขอพรนัตโบโบยี ณ วัดโบตาทาวน์ เมื่อกลับมาเมืองไทยไม่นาน พรนั้นก็สัมฤทธิผล จึงมีการบอกต่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ของนัตโบโบยี และยังมีนักท่องเที่ยวอีกหลายกลุ่มที่ไปขอพรแล้วสมดั่งปรารถนา ด้วยเหตุนี้คนไทยจึงเรียกกันว่า “เทพทันใจ” ด้วยความเชื่อที่ว่า ผู้ใดได้สักการบูชา หรือขอพรสิ่งใดก็ตาม จะสัมฤทธิผลสมปรารถนาทันใจ สำเร็จโดยเร็ว ฉับพลันทันใด ทั้งเรื่องการเงิน การงาน ความรัก ค้าขาย โชคลาภ โดยเฉพาะ เรื่องเงินๆ ทองๆ เมื่อคติความเชื่อแบบไทยเข้ามาศรัทธา หนักเข้าๆ ทางพม่าเองก็โอนอ่อนตามจนเหมือนกับว่าจะยอมรับกระแสดังกล่าวไปแล้ว
             การบูชาเทพทันใจ นิยมใช้มะพร้าว กล้วยนากสีแดง เป็นเครื่องบูชา เพราะเชื่อว่าเป็นผลไม้มงคล และเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามของชีวิต บางครั้งก็จะประกอบด้วยช่อใบไม้ที่เรียกว่า ใบชัยชนะ และฉัตร ตุงหรือธงกระดาษขนาดเล็ก ซึ่งก็เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคลเช่นกัน
             ส่วนการอธิษฐานขอพรต่อเทพทันใจ มีเคล็ดลับว่าต้องขอเพียงข้อเดียวเท่านั้น นัยว่าเพื่อพลังกล้าแข็งในการถวายเครื่องเซ่น หลังจากนั้น ให้ถวายธนบัตรเสียบไว้ที่มือของท่าน ซึ่งอยู่ในกิริยายืนชี้นิ้วไปข้างหน้า อยากจะถวายเท่าใดก็แล้วแต่ศรัทธา แต่ต้องให้มีจำนวนธนบัตรมากกว่า ๑ ฉบับ หลังจากนั้นก็เข้าไปยืนให้หน้าผากของเราติดกับนิ้วมือของท่าน แล้วจึงตั้งจิตอธิษฐานอีกครั้ง เพียงข้อเดียวเท่านั้น ห้ามเปลี่ยนใจ เสร็จแล้วจึงนำธนบัตรที่ถวายไว้คืนกลับมา ๑ ฉบับ เพื่อเอากลับไปเป็นเงินขวัญถุงให้มีโชคมีลาภต่อไป เครดิตเรื่อง: คมชัดลึก

วัดเจ้าดอจี หรือ วัดพระหินขาว

พระพุทธรูปหินอ่อน เมืองย่างกุ้งเป็นที่ประดิษฐานของพระหินอ่อน หรือที่มีชื่อเรียกอย่างทางการว่า “Lawka Chantha Abaya Labamuni Buddha Image” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหินอ่อนขนาดใหญ่ที่สุดในพม่า มีน้ำหนักถึง 600 ตัน สูง 11 เมตร กว้าง 7.2 เมตร หนา 3 เมตร แกะสลักโดยช่างชาวมัณฑะเลย์ซึ่งถือว่าเป็นช่างฝีมือดีที่สุดในพม่า พระพุทธรูปองค์นี้ สร้างเมื่อปี 2543 ด้วยหินอ่อนบริสุทธิ์เพียงก้อนเดียว ไม่มีตำหนิ จากเหมืองบนภูเขาสกาย ที่เมืองมัณฑะเลย์ แรกเริ่มเป็นการสกัดหินคร่าวๆ ตามโครงสร้าง จากนั้นนำมายังเมืองย่างกุ้ง เพื่อสกัดต่อจนแล้วเสร็จ เป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง พระหัตถ์ขวาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่อัญเชิญมาจากสิงคโปร์ และศรีลังกา ยกฝ่าพระหัตถ์หันออกจากองค์ มีความหมายถึงการไล่ศัตรู พร้อมประทานความเจริญรุ่งเรืองให้แก่เมือง

พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี

พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี ย่างกุ้งพระพุทธรูปปางไสยาสน์ มีความยาวถึง 55 เมตร สูง 16 เมตร ซึ่งพระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ เป็นรอยพระบาทที่ซ้อนทับกัน และตามคติทางพุทธศาสนาเถรวาทแล้ว เชื่อว่าอดีตพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์จะเสด็จมาประทับรอยพระบาทไว้ 








 

เจดีย์ซูเลย์

เจดีย์สุเลเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่างกุ้ง สร้างในสมัยที่อังกฤษยังปกครองพม่าอยู่ ถ้าเปรียบแล้ว เจดีย์ซูเลนี้ ก็เหมือนกับหัวใจของเมืองย่างกุ้ง เพราะชาวอังกฤษได้วางผังเมืองให้เจดีย์นี้ เป็นศูนย์กลาง ฝั่งตรงข้ามของเจดีย์ซูเลมีสวนสาธารณะมหาบัณฑุละ ภายในสวนมีอนุสาวรีย์อิสระภาพ รูปเสาแหลมสูง 40 เมตร ล้อมรอบด้วยเสาหินสูง 9 เมตร 5 ต้น แทนรัฐที่ปกครองตนเองกึ่งอิสระ 5 รัฐ คือ ฉาน กะฉิ่น กะยิน(กะเหรี่ยง) กะยา และชิน บริเวณใกล้เคียงก็จะมีสถานที่ราชการที่สำคัญในอดีต ก่อนที่พม่าจะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมืองอื่น พระเขี้ยวแก้ว

วัดพระเขี้ยวแก้ว

ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วจำลอง ที่ได้มาจากอาณาจักรน่านเจ้า ที่เคยนำมาประดิษฐานที่พุทธมณฑล  

ตลาดสก็อต (Scot Market) หรือ ตลาดโบฉกอองซาน (Bogyoke Aung San)

ตลาดสก๊อต เมืองย่างกุ้งเป็นตลาดเก่าแก่ของชาวพม่าสร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่ยังตลาดสกีอตเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เป็นลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่งนี้มีหลากหลายชนิด สามารถซื้อหาของที่ระลึกพื้นเมืองได้มากมายในราคาถูก เช่น เครื่องเงิน ที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่า ภาพวาด งานแกะสลักจากไม้ อัญมณี หยก ผ้าทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป แป้งทานาคา (Thanakha)ผ้าปักพื้นเมืองและเครื่องเงิน เป็นต้น (หากซื้อสิ้นค้าหรืออัญมณีที่มีราคาสูงควรขอใบเสร็จรับเงินด้วย ทุกครั้ง เนื่องจากจะต้องแสดงให้ศุลกากรตรวจ) สำหรับชาวไทยแล้วอาจจะต้องใช้เวลาเดินที่ตลาดนี้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง


จองที่พักโรงแรม ใน ย่างกุ้ง

จองตั๋วเครื่องบิน ไปพม่า